ยวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ฉู่เจียนเม้มปากอย่างจนปัญญา เขาได้แต่ต้องเอ่ยว่า “ได้ยินมาว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นลูกติดของใต้เท้าเซี่ย…”
อันที่จริงเขารู้แล้วว่าหยกของตระกูลเซี่ยหายไป
ดังนั้นเขาจึงเดาออกตั้งแต่แรกแล้วว่า แม่นางเผยคนนั้นจะต้องแอบขโมยหยกมาเพื่อแลกกับสิทธิเข้าเรียน แต่เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ ถึงอย่างไรหยกก็มีตั้งมากมายหลายชิ้น คงไม่มีใครบอกได้ว่าหยกที่เขานำมาเป็นของตระกูลเซี่ย”
แต่นึกไม่ถึงว่าหยกของรัชทายาทจะมีเอกลักษณ์!
อาจารย์เซียวพยักหน้า “เป็นเช่นนี้นี่เอง คิดว่าเด็กสาวผู้นั้นคงหยิบหยกมาโดยไม่ได้บอกกล่าวกับเซี่ยผิงไหว”
“เรื่องนี้ข้าเข้าใจแล้ว และข้าจะชี้แจงให้ฝ่าบาททราบแทนเจ้า”
ฉู่เจี้ยนจนปัญญา
อาจารย์เซียวนำหยกส่งคืนให้จ้าวเสวียนจิ่งทันที
ด้วยเหตุผลแล้ว หยกนี้ต้องสลักชื่อศิษย์ของสำนักศึกษาแล้วค่อยส่งคืนให้
แต่หยกชิ้นนี้แตกต่างออกไป เขาจึงต้องคุยกับรัชทายาทก่อน หากรัชทายาทไม่ถือสา แล้วค่อยสลักชื่อก่อนส่งคืนให้ฉู่เจี้ยนก็ยังไม่สาย
แน่นอนว่า หากเป็นไปตามที่เขารู้จักรัชทายาท…
รัชทายาทจะต้องสงสัยอย่างแน่นอนว่าฉู่เจี้ยนรู้เรื่องนี้ ดังนั้นแม้ว่าจะยอมให้เขากราบอาจารย์ได้ แต่เกรงว่าหยกนี้คงไม่สามารถมอบให้ฉู่เจี้ยนเอาไว้ได้