ม้เขาจะไม่รู้ว่าเหตุใดองค์รัชทายาทจึงต้องการจัดการเรื่องนี้ แต่ในเมื่อฝ่าบาททรงเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ อาศัยแค่คำพูดของพระองค์ เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องชื่อเสียงของตระกูลซือแล้ว
เซี่ยผิงไหวงงเป็นไก่ตาแตก
ที่แท้ก็ไม่ได้มีแต่เขาที่มาร่วมสนุกวันนี้
“ท่านลุง พาไปเลยสิ หยวนปินไม่ใช่คนดีอะไร ใครรับเขาเป็นลูกก็ซวยตายเลย เขาเดิมพันกับข้าแล้วแพ้ จนถึงตอนนี้ยังหดหัวอย่างกับเต่า ไม่กล้าออกมาอยู่เลย”
“…” นายท่านหยวนหนังตากระตุก “เจ้าเป็นใคร กล้าพูดอย่างนี้ได้อย่างไร!”
ราวกับอยากทุบตีคนกระนั้น
เซี่ยผิงไหวยืดอกขึ้น “เจ้าทำให้ข้าตกใจแล้วนะ เจ้าลูกเต่าหยวน ข้าจะบอกให้นะ ลูกชายของเจ้าแพ้แล้วต้องยอมรับ พรุ่งนี้ข้ากับพี่สาวของข้าจะรอเขามาโขกศีรษะให้ที่สำนักศึกษา หากเขาไม่ไป ต่อไปข้าจะมาที่นี่ทุกวัน!”
ลูกเต่า…หยวน?!
นายท่านหยวนรู้สึกอัดอัดไม่สบาย โทสะไหลพลุ่งพล่านไปทั่วทั่งร่าง
คนตระกูลซืออดไม่ได้ที่จะหันไปมองเซี่ยผิงไหวอีกที
ไม่รู้ว่าเขาเป็นลูกบ้านไหน ช่างใจกล้าดีเสียจริง
“เจ้า เจ้ากล้ามาโวยวายที่หน้าจวนเจ้าหน้าที่ทางการ ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ” นายท่านหยวนเอ่ยด้วยความโมโห
“ท่านพ่อข้าคือเซี่ยหนิวซาน ใครยังไม่เป็นขุนนางอีกล่ะ” เซี่ยผิงไหวแค่นเสียงหนึ่งที
เซี่ยหนิวซาน?
นายท่านหยวนและพ่อลูกตระกูลซือต่างก็อึ้งงันไปครู่หนึ่ง
ทั้งเซี่ยหนิวซานและเซี่ยผิงกั่งต่างก็โหดด้วยกันทั้งคู่ เมื่อก่อนเคยแต่ได