้ยินว่าพ่อลูกสองคนนั้นดุร้ายโหดเหี้ยม นึกไม่ถึงว่าเด็กน้อยคนนี้ก็ไม่ยอมแพ้ใครเหมือนกัน!
ดูสิ เขาอายุแค่สิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้นกระมัง ถึงกลับกล้าวิพากษ์วิจารณ์ คำก็ปู่สองคำก็ปู่แล้ว
หยวนมู่ถิงมึนงงเล็กน้อยและจากนั้นก็โกรธจนตัวสั่นเมื่อได้ยินชื่อของเซี่ยหนิวซาน
ฝ่ายตระกูลซือนำคนของทางการมาพร้อมกับหนังสือหย่าที่เขียนมาเรียบร้อยแล้ว แค่รอให้ทั้งสองฝ่ายลงนามและประทับรอยนิ้วมือเท่านั้น
ทุกอย่างบีบคั้นเข้ามา
การหย่าเป็นเรื่องสำคัญ เซี่ยผิงไหวเองก็ไม่ใช่เด็กไม่รู้ความแล้ว หลังจากที่สร้างความวุ่นวายเล็กน้อย เขาก็จากไปเพื่อหลีกทางให้แก่คนตระกูลซือ
ระหว่างทางกลับบ้านเขาก็ผ่านถนนสายหลักทางทิศตะวันออก
เมื่อก่อนเขามีเงินติดตัวอยู่ตลอด ดังนั้นร้านค้าบนถนนสายนี้เขาจึงเคยเข้ามาหมดแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับเห็นป้ายร้านใหม่เอี่ยม
บนป้ายเขียนเอาไว้ว่า ‘หอส่องชะตา’
พวกเขาทั้งหมดต่างก็ชะงักงัน
ไม่รู้ว่าร้านนี้ขายอะไร แม้พวกเขาจะไม่มีเงิน แต่ก็ไม่อาจห้ามไม่ได้พวกเขาเข้าไปดูข้างในได้
อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ต้องตกใจทันที
“ยันต์!?” เซี่ยผิงไหวตกตะลึง “ของเล่นพวกนี้ก็ขายได้ด้วยหรือ ร้านนี้ก็ไม่ได้ถูกๆ ใช่หรือไม่ เจ้าของร้านของพวกเจ้ามีเงินเยอะเกินไปหรือ ถึงได้จงใจเอาเงินมาโยนเล่นแบบนี้”
ทำเลดีขนาดนี้จะเปิดร้านอะไรก็ได้
แต่กลับขายยันต์?!
พอสิ้นเสียงของเขาก็มีคนเดินเข้ามา
“ขายยันต์มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ” น้ำเสียงแผ่วเบ