ซี่ย คนหนึ่งคือเซี่ยผิงกั่ง ส่วนอีกคนก็เซี่ยผิงไหว ทั้งคู่ต่างก็เหมือนกับไฟ ใจร้อน ตรงไปตรงมา เด็ดขาด และไม่ได้มีความคิดซับซ้อนอะไรมากมาย
เซียวอวี้หรงภูมิใจในตัวเองที่จิตใจของเขาใสราวกับน้ำ ก็น่าจะปล่อยให้ไฟร้อนแรงเช่นนี้เผาจนเดือดปุดๆ ดูเสียหน่อย คงจะครึกครื้นดี
ทว่ากลับมีคนได้ยินคำพูดที่จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยออกมาอย่างมีท่าทีสบาย
ชั่วขณะหนึ่งคนมากมายต่างก็ไม่เข้าใจความหมายของรัชทายาท
หรือว่า…
ท่านอาจารย์เซียวยอมรับแล้ว รัชทายาทจึงได้พูดเช่นนี้?
แต่ถ้าหากยอมรับแล้ว เขาจะปล่อยให้เซี่ยผิงไหวคุกเข่าต่อไปทำไม
ทว่าหยวนปินกลับไม่ได้สนใจ เขาถึงกับหัวเราะเยาะเมื่อได้ยินคำพูดของรัชทายาท “ฝ่าบาทก็มีพรสวรรค์ไม่เหมือนใคร ท่านอาจารย์เซียวก็โดดเด่นมีชื่อ ไม่แน่รัชทายาทอาจจะไม่พอใจท่านอาจารย์เซียวมานานแล้วก็ได้ จึงได้จงใจพูดอย่างนั้น หากตระกูลเซี่ยทึกทักถือเอาว่าเป็นเรื่องจริงนั่นล่ะแปลว่าโง่โดยแท้”
“ไม่ต้องพูดเรื่องรัชทายาทหรอก พูดเรื่องเจ้าดีกว่า…เมื่อวานเมิ่งจี๋ฟังดูเหมือนจะปกป้องเซี่ยเฉียวเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรือ” คนที่อยู่ข้างๆ ถาม
“เมิ่งจี๋ฟังจะยิ่งใหญ่แค่ไหนถึงจะมาวุ่นวายเรื่องข้ารับอนุได้ อีกอย่างเรื่องนี้เซี่ยเฉียวเป็นคนตกลงเองนะ เมิ่งจี๋ฟังไม่ได้เป็นอะไรกับข้าจะมายุ่งได้อย่างไร” หยวนปินใจกล้าเอาการ
คนข้างๆ พยักหน้า
“ช่วงสามวันนี้เจ้าควรระวังตัวหน่อยหรือไม่ ข้าว่าวันนี้เจ้าอย่าไปดื่มสุราจะดีก