ั้นก็ไม่รู้ว่านางเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนผลักเขาไปที่หน้าต่างอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว!
ผ้าไหมสีแดงดึงร่างหยวนปินและแขวนลำคอเขา ทำให้เขาหน้าแดงขึ้นมาในทันทีทันใด
เขาร้องเสียงดังลั่น เรียกร้องความสนใจจากผู้คนด้านนอกหอบุปผาล่องลอย
พวกเขาต่างก็ต้องตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมอง
ทันใดนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น
ทั้งร่างของหยวนปินเหลือแต่กางเกงชั้นในตัวเดียว จนสามารถมองเห็นส่วนที่นูนออกมาบนร่างผอมขาวนั้นได้ เขาตัวตรงแหน็ว เอาแต่ดึงผ้าไหมที่พันคอไว้ไม่ลดละ แล้วเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก
“ช่วย ช่วยข้าดะ ด้วย…”
น้ำเสียงลนลาน เขารู้สึกราวกับว่าเขากำลังจะตาย
หากเขาตกลงไปจากชั้นสองก็คงไม่ทำให้เขาตาย แต่หากไม่มีคนรีบมาช่วยเขา ผ้าไหมสีแดงนี่คงรัดคอเขาตายเป็นแน่!
ยิ่งกว่านั้น ด้านหลังเขา…
ยังมีผู้หญิงบ้านางหนึ่งด้วย
สาวงามคนนั้นดูเหมือนจะประหลาดใจที่นางทำสำเร็จได้อย่างง่ายดาย นางนำปลายทั้งสองข้างของผ้าไหมสีแดงพันไว้กับเสาในห้อง จากนั้นก็ปีนขึ้นขอบหน้าต่าง ในมือยังถือมีดสั้นไว้เล่มหนึ่งอีกด้วย
“คุณชายหยวน ข้าเพิ่งมาอยู่ที่หอบุปผาล่องลอยได้แค่ไม่กี่วัน เจ้าก็มาจริงๆ ไม่เสียชื่อคนเสเพลอย่างเจ้า!” สาวงามคนนั้นดูเหมือนคลุ้มคลั่งเล็กน้อย
หยวนปินขาลุกซู่ “เจ้า เจ้าเป็นใคร! ข้าไม่รู้จักเจ้า…”
“เจ้าไม่รู้จักข้าหรอก แต่เจ้ารู้จักพี่สาวข้า พี่สาวข้าเป็นอนุของพ่อเจ้า!” สาวงามตะโกนขึ้นมาทันใด
ด้านนอกมีใครบางคนไปแจ้งเจ้าหน้า