ะเก็บเม็ดหมากกลับเข้าไปในกล่อง “ฝ่าบาทล้อข้าเล่นหรอกกระมัง ท่านรับเขาเป็นศิษย์ เขาไม่ขึ้นสวรรค์ไปเลยหรือ ข้าให้คนไปตรวจสอบดูแล้ว เด็กคนนี้ชนไก่เดินนก เด็กเสเพลคนหนึ่ง หากไม่ใช่ว่าศิษย์พี่โม่…”
คิดแล้วก็เศร้าใจ
“ดังนั้นตอนนี้ท่านก็แค่สงวนท่าทีไว้เท่านั้น ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องยอมรับเขาเป็นศิษย์สินะ” น้ำเสียงของจ้าวเสวียนจิ่งเรียบๆ แต่ดูเหมือนจะมีความพึงพอใจแฝงอยู่บ้าง
เซียวอวี้หรงรู้สึกว่ามันน่าประหลาด “ก็ต้องรับนั่นล่ะ แต่หยกที่ไม่ได้เจียระไนใช้การไม่ได้ หากไม่สั่งสอนเขาสักหน่อย ต่อไปเกรงว่าเด็กคนนี้จะสร้างปัญหา พี่ใหญ่บอกว่านางเป็นหนี้บุญคุณตระกูลเซี่ยอยู่เรื่องหนึ่ง จึงไหว้วานให้ข้าสั่งสอนเซี่ยผิงไหว เจ้าก้อนหินที่ดื้อรั้นนี่ก็เป็นปัญหาที่ยากเช่นกัน”
อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปหลายปีศิษย์พี่ของเขาเพิ่งขอให้เขาทำอะไรให้เป็นครั้งแรก เขาจึงไม่ตอบรับไม่ได้
จ้าวเสวียนจิ่งไม่พูดไม่จา เขายกขาขึ้นไขว่ห้างทันที และจ้องมองที่กระดานหมาก
เซียวอวี้หรงสวมชุดคลุมสีขาวทั้งตัวดูสะอาดสะอ้านและสูงส่ง ปีนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปีแล้ว แต่กลับอยู่โดดเดี่ยวตัวคนเดียว ทำให้ดูเหมือนเทพเซียนไร้มลทินเข้าไปอีก
ทว่าเขามักจะรู้สึกว่าตนเองแปลกแยกไม่ได้อยู่บนโลกนี้ เมื่อเห็นจ้าวเสวียนจิ่งเขาจึงรู้สึกสงบลงได้บ้างในทันที
“ข้าได้ยินมาตลอดว่าศิษย์พี่รอบรู้ลึกซึ้ง เสียดายที่ไม่เคยได้เห็นหน้ากัน ศิษย์น้องไม่สงสัยอยากรู้บ้างหรื