อ” เซียวอวี้หรงเอ่ยถาม
“รอให้ท่านอาจารย์ขึ้นแดนเซียน พวกเราก็ย่อมได้เห็นเอง จะร้อนใจไปทำไม” จ้าวเสวียนจิ่งกล่าวนิ่งเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกอันใด แต่จู่ๆ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาก่อนจะวางหมากขาวลงบนตำแหน่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็เผยรอยยิ้ม แล้วเก็บกินหมากดำจำนวนหนึ่งไป
เซียวอวี้หรงหนังตากระตุกทันที
เขาพยายามพูดประโยคนั้น
ในระหว่างที่เขาพูดประโยคนั้น เขาก็ถูกนำหน้าไปหนึ่งก้าวแล้ว
เจ้าปีศาจตนนี้
“เพียงแต่ข้าได้ยินว่าสุขภาพร่างกายของศิษย์พี่โม่ไม่ดี ส่วนอาจารย์ก็แข็งแรงดี ตอนนี้ท่านยังมีแรงท่องเที่ยวไปได้ทั่ว การจะอยู่ต่อไปได้อีกยี่สิบปีก็มิใช่เรื่องยาก ถ้าหากศิษย์พี่นำไปก่อนหนึ่งก้าว ชาตินี้พวกเราก็คงไร้วาสนาจะได้พบกันแล้ว” เซียวอวี้หรงเอ่ยขึ้นอีก
จ้าวเสวียนจิ่งเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาซับซ้อน “คงไม่ใช่เพราะแค่ของขวัญรับศิษย์น้องธรรมดาๆ เมื่อหลายปีก่อนทำให้ท่านลืมนางไม่ลง ไม่ยอมแต่งภรรยามาตลอดหรอกนะ”
“…” ใบหน้าของเซียวอวี้หรงแดงก่ำ
เจ้าเด็กน้อยนี่จะเข้าใจอะไร
เขาเกิดในครอบครัวที่ยากจน มักจะหดหู่ไม่มีความสุขอยู่เสมอ ตอนที่เขาอายุยี่สิบปีก็เข้าสำนักมาพร้อมกับรัชทายาทที่มีอายุเพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น หลังจากเข้าสำนักได้สามเดือน ศิษย์พี่ที่เล่าลือกันก็ส่งของขวัญมาให้สองชิ้น
ของที่ศิษย์พี่โม่ส่งมานั้นเรียบง่ายไม่โอ้อวด
ตอนนั้นเขาเป็นศิษย์ของอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นของขวัญทั้งหลายทั้งปวงท