วอวี้หรงยังคงดื้อรั้นอย่างยิ่ง “อีกอย่าง ชีวิตนี้ข้าอยากที่จะทำอย่างที่ท่านอาจารย์ทำ คือสอนหนังสือให้ความรู้ และท่องเที่ยวไปในโลกมนุษย์ เจ้าวางใจเถอะ ถ้าหากศิษย์พี่โม่ไม่ได้ชอบข้า ข้าก็จะไม่ตอแยนางหรอก”
จ้าวเสวียนจิ่งพ่นลมหายใจออกมาหนึ่งที ในเมื่อเขาไม่เคยกังวลใจ แล้วจะวางใจได้อย่างไร
“ว่าแต่เจ้าเถอะ ในฐานะรัชทายาทก็ควรที่จะกำหนดตัวพระชายาตั้งแต่เนิ่นๆ นี่ก็ล่วงเลยมาหลายปีแล้ว ฝ่าบาทก็ยังยอมตามใจเจ้า หากเจ้ายังอยากอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป ก็ควรที่จะสนใจเรื่องทายาทสืบทอดสักหน่อยมิใช่หรือ” เซียวอวี้หรงขมวดคิ้วและเริ่มสั่งสอนเขาอีกครั้ง
จ้าวเสวียนจิ่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยอารมณ์สบายๆ ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
“ข้าไม่รีบ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
เซียวอวี้หรงเหลือบมองแขนของรัชทายาทโดยไม่รู้ตัว
จ้าวเสวียนจิ่งมีความรู้สึกไวต่อสายตาแบบนี้เป็นพิเศษ
เพียงแต่บางครั้งเขาก็ขี้เกียจที่จะหาความ และตอนนี้เขาก็รู้ด้วยว่าเซียวอวี้หรงไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ก็ทำให้เขาหมดอารมณ์สนุกไปบ้างอยู่ดี เขาจึงวางหมากกลับลงไปในกล่อง ก่อนร่างสูงเพรียวจะลุกขึ้นยืน บรรยากาศกดดันขึ้นเล็กน้อยในชั่วพริบตา
เซียวอวี้หรงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
หากมือของรัชทายาทยังใช้การได้ดี ใยต้องกังวลว่าจะไม่มีผู้ปกครองที่เก่งกาจเป็นตำนานเพิ่มขึ้นมาอีกสักคน
เมื่อนึกถึงตอนที่รัชทายาทกราบอาจารย์ตอนเขาอายุสิบเอ็ดปี เขามีความรู้ความสามารถโดดเด่นไม่มีใครเ