…” หากอย่างนั้นจะให้เขาทำอะไรล่ะ!
จ้าวเสวียนจิ่งวางถ้วยลงแล้ว จึงมองดูน้ำชาที่วางอยู่อีกด้าน “น้ำเย็นแล้ว ให้คนเติมไฟหน่อย ต้มอีกที”
“ขอรับ” โจวเว่ยจงพยักหน้ารับคำทันที และให้คนนำน้ำชาออกไป พอน้ำชาถูกยกออกไปแล้ว โจวเว่ยจงจึงเข้าใจได้ในทันที!
เติมไฟหน่อย?! ก็แค่เติมไฟหน่อยมิใช่หรือ!
ในเมื่อแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนกล้าที่จะเดิมพัน บางทีนางอาจจะมีแผนการในใจอยู่แล้ว เจตนาของฝ่าบาทก็คือให้เขาไปราดน้ำมันลงในกองไฟ ตีหมาตกน้ำ ซ้ำเติมเขา?
“ฝ่าบาท หรือว่าท่าน…กับแม่นางเซี่ย” คิดอะไรกับนาง?
ก่อนหน้านี้ก็ยังอยากจะรับนางมาเป็นศิษย์
“ไอ้สารเลวตระกูลหยวนนั่นกล้าด่าข้าลับหลัง หรือว่าข้าไม่ควรที่จะลงโทษมัน?” จ้าวเสวียนจิ่งเอนกายลงบนเก้าอี้ไม้ สายตากึ่งโกรธกึ่งไม่โกรธจับอยู่ที่มือขวาของตนเอง จากนั้นน้ำเสียงสดชื่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง “คราวที่แล้วตอนที่แม่นางเซี่ยมา นางได้ดูมือข้าหรือไม่”
“ไม่ได้ดูนะขอรับ?” โจวเว่ยจงนึกไม่ออก
จากนั้นจ้าวเสวียนจิ่งจึงได้เผยรอยยิ้มออกมาทันที
ใช่แล้ว ไม่ได้ดู
นางมาถึงเมืองหลวงแล้วจะไม่รู้ได้อย่างไรว่ารัชทายาทอย่างเขาคนนี้เป็นคนพิการ?
ไม่ว่าใครก็ตามบนโลกใบนี้ ถ้าหากว่าเคยได้เห็นเขาแล้ว ไม่ว่าจะใจกล้าหรือไม่ก็ตาม ก็มักจะให้ความสนใจกับมือขวาของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ มีเพียงนางเท่านั้นที่เงยหน้ามองเขาบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็จะมองแค่หน้าเขาเท่านั้น
บางทีนางอาจจะเคยมองดูมือของเขาแล้ว แต่ส