ายตาของนางไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันขนาดนั้น
“จริงสิ เมื่อครู่เจ้าบอกว่าน้องชายของแม่นางเซี่ยคิดจะกราบอาจารย์ เกิดอะไรขึ้นหรือ” จู่ๆ จ้าวเสวียนจิ่งก็นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ “เขาคิดจะกราบใครหรือ เซียวอวี้หรง?”
“ท่านอาจารย์เซียวไม่สนใจเขาเลยสักนิดพ่ะย่ะค่ะ เมื่อวานก็คุกเข่าอยู่ข้างนอกสองชั่วยามโดยไม่ได้พูดคุยอะไรสักคำ ท่านก็ทราบดีว่าชาติกำเนิดของตระกูลเซี่ยเป็นอย่างไร ในเรื่องการอบรมลูกๆ เซี่ยหนิวซานนั้นก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไรนัก หากช่วงหลายปีมานี้พวกเขาไม่ได้รับการคุ้มครองจากท่านราชครู ตระกูลเซี่ยก็คงจะถูกคนหาเรื่องขับไล่ออกจากเมืองหลวงไปนานแล้ว” องครักษ์โจวเริ่มซุบซิบนินทาทันที
จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะกวาดตามองโจวเว่ยจง “ได้ยินมาว่าเซี่ยผิงกั่งทำคดีใหญ่คดีหนึ่ง”
โจวเว่ยจงชะงักไป “แต่เดิมทีเขาก็เป็นคนของศาลตัดสินคดีความอยู่แล้ว เขาทำคดีก็เป็นเรื่องธรรมดามิใช่หรือ…”
“ควรได้เลื่อนตำแหน่งแล้วใช่ไหม” จ้าวเสวียนจิ่งเม้มริมฝีปาก “แม่นางเซี่ยค่อนข้างฉลาด นางยังสงบนิ่งมั่นคง เจตนารมณ์ชัดเจน ในเมื่อเป็นพี่น้องร่วมมารดาเดียวกันก็คงจะไม่ต่างกันมากนัก ให้ความสนใจเขาสักหน่อย อย่าให้ใครมาแย่งผลงานเขาไปได้”
—————
[1] ต้นมะฮอกกานีจีน ต้นฟลามิงโก้