าจะทำได้สำเร็จกระมัง การพนันนี้ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้ อีกอย่างเจ้าเพิ่งมาเมืองหลวงไม่นานอาจยังไม่เข้าใจ ท่านอาจารย์เซียวผู้นี้ค่อนข้างรั้นเอาการ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เคยรับศิษย์เลยสักคน แม้ว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์มากมายขนาดไหน แต่ท่านอาจารย์เซียวก็ยังไม่พอใจ”
หากเขารับศิษย์ก็เท่ากับเป็นลูกชายของเขาแล้วครึ่งหนึ่ง ไม่เหมือนกับลูกศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักศึกษา เขาย่อมระมัดระวังมากขึ้น
หากศิษย์เป็นพวกสร้างปัญหา ในฐานะอาจารย์ชื่อเสียงของเขาก็อาจถูกทำลายได้
ดังนั้นเรื่องนี้คงไม่สามารถเป็นไปได้ นอกเสียว่าเซี่ยผิงไหวจะกำจุดอ่อนอะไรของท่านอาจารย์เซียวไว้
แต่เซี่ยเฉียวกลับมีความคาดหวังบางอย่าง
นางจนจริงๆ ถ้าหากมีคนเดิมพัน พอผ่านไปไม่กี่เดือนนางก็น่าจะชนะพนันได้
ฉินหลิวเองก็ไม่ได้พูดถึงเซี่ยผิงไหวมากนัก ถึงแม้นางคิดจะชมเขาก็ไม่สามารถสรรหาคำใดมาเอ่ยได้ จึงได้เปลี่ยนเรื่องสนทนา
“พูดถึงเรื่องกราบอาจารย์ ข้าได้ยินมาว่าสองสามวันนี้เดิมทีองค์ชายรัชทายาทก็ตั้งใจจะรับศิษย์ แต่ข่าวเพิ่งแพร่ออกมาก็หายไปแล้ว วันนี้พอมีคนไปถาม องครักษ์โจวก็บอกว่าเป็นข่าวที่ไม่จริง ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน” ฉินหลิวเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวนึกถึงคำพูดขององครักษ์โจวตอนที่เขามาหานาง
นางรู้สึกได้ว่ารัชทายาทต้องการรับนางเป็นศิษย์?
นางช่างยอดเยี่ยมจริงๆ เซี่ยเฉียวคิดอย่างคนหลงตัวเองเล็กน้อย
แต่ในฐานะผู้วิเศษนางไม่ได้ขาดอาจารย์แต่อย่างใด