คนที่สงสัยเกี่ยวกับการรับลูกศิษย์ของรัชทายาทนี้มีไม่มากนัก แต่เนื่องจากพฤติกรรมของรัชทายาทนั้นคาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีใครรู้เหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้
กลับเป็นเซี่ยผิงไหวที่ทำให้ผู้คนสนใจ
ในขณะนี้ เซี่ยผิงไหวเพิ่งจะเรียนจบไปหนึ่งคาบ เขาก็ไปคุกเข่าอยู่หน้าเรือนของอาจารย์เซียวอีกโดยไม่ยอมลุกขึ้น
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ชี้ชวนกันดู
โชคดีที่เซี่ยผิงไหวหน้าด้าน เขากลับไม่รู้สึกอับอายผู้คน แต่กลัวโดนต่อยมากกว่า
เซี่ยเฉียวเองก็ไปเมียงมองดูเขา เด็กคนนี้ก็ยังนับว่าซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา
“เฮอะ ข้าว่าเซี่ยผิงไหวคงจะหกล้มจนสมองมีปัญหาแล้วล่ะ ตอนนี้เขาทำเรื่องโง่ๆ ยิ่งกว่าน้องสาวของเขาอีก ท่านอาจารย์เซียวคือใครกัน พอเห็นเขาก็คงอยากจะอาเจียนออกมาแล้วกระมัง?!” ใครบางคนในฝูงชนหัวเราะเขา
ถ้าหากเซี่ยผิงไหวนำหยกมากราบอาจารย์ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องอับอายผู้คน
ด้วยเส้นสายที่นางมี จะให้นางส่งจดหมายหาเซียวอวี้หรงให้เขารับน้องชายนางเป็นศิษย์ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่มันก็ไม่เหมาะสม
สำหรับเซี่ยผิงไหวแล้ว หากเขาได้อาจารย์ที่เก่งกาจเช่นนี้มาง่ายเกินไปคงไม่ใช่เรื่องดีอะไร
“เบาเสียงหน่อย เจ้าไม่เห็นหรือว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ นี้คือเซี่ยเฉียวพี่สาวของเซี่ยผิงไหว ระวังนางจะมาถกเหตุผลกับเจ้าล่ะ!” อีกคนก็เอ่ยล้อเช่นกัน
คนคนนั้นหัวเราะเสียงดัง “มาสิ! ข้าเห็นว่านางหน้าตาไม่เลว จะแต่งนางเข้าบ้านเป็นอนุก็ได้!”
เซี่