งเล็กน้อย
แต่หลังจากที่เขาคิดอย่างรอบคอบ ท่านอาจารย์เซียวก็ได้บอกกับเขาแล้วว่า ท่านเจ้าของร้านเป็นผู้วิเศษ และการกระทำของนางจะแตกต่างจากคนทั่วไป ห้ามพูดห้ามถามอะไรให้มาก เขาจึงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
“ของพวกนี้เป็นของที่จะขายในร้านของข้า” เซี่ยเฉียวเอ่ยขณะที่วางยันต์ลงบนโต๊ะ
ฉังถงเหลือบมอง แล้วเขาก็อึ้งไปทันที “กระดาษยันต์?”
“ใช่ กระดาษยันต์” เซี่ยเฉียวหยักหน้า “เจ้าจะต้องจดจำไว้หน่อย แต่ละแบบไม่เหมือนกันเท่าไรนัก อันนี้คือยันต์คุ้มครองให้ปลอดภัยแผ่นละยี่สิบอีแปะ ส่วนแบบนี้คือยันต์เกี่ยวกับเรื่องโชคลาภเงินทองแผ่นละห้าสิบอีแปะ ยันต์เกี่ยวกับเนื้อคู่แผ่นละหนึ่งร้อยอีแปะ ยันต์ขับไล่วิญญาณร้ายก็หนึ่งร้อย…”
เซี่ยเฉียวแนะนำเขาไปหนึ่งรอบ
ฉังถงกลืนน้ำลายลงคอ แม้ว่าเขาจะเตรียมไว้แล้ว แต่เมื่อมาเห็นกระดาษยันต์ที่ซับซ้อนมากมายตรงหน้า เขาก็ยังคงตกใจมากอยู่ดี
แต่ก็ดีกว่าขายโลงศพอยู่หน่อย
ก็จริง เขายังไม่เคยได้ยินว่ามีผู้วิเศษคนไหนขายโลงศพ
“มีอะไรอีกไหมขอรับ” แม้ฉังถงจะรู้ว่าของต่างๆ อาจจะไม่ได้ขายง่ายๆ แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะยากขนาดนี้
เซี่ยเฉียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบกว่ามีอีก “ยังมีอาวุธวิเศษที่ปลุกเสกเบิกเนตรแล้วอีกจำนวนหนึ่ง ไม่มากหรอก แต่ต่อไปเมื่อมีเวลาข้าจะทำส่งมาเพิ่ม อีกอย่างหากมีคนทำสิ่งของมาให้ปลุกเสกก็ให้รับไว้ ปลุกเสกคิดครั้งละสิบตำลึงเงิน”
“…” ฉังถงหนังตากระตุกแล้ว
เขาได้ยินมาว่าเจ้