็ต้องมีของที่ท่านต้องการแน่” น้ำเสียงเซี่ยเฉียวแฝงอารมณ์ยินดีปรีดา
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วมองนาง
“น้องหญิงดูเหมือนจะมีความสุขมากอยู่นะ?”
ปกตินางพูดช้าอย่างกับหอยทาก เหตุใดจู่ๆ ก็ดูกระตือรือร้นได้ขนาดนี้เล่า
เซี่ยเฉียวยิ้มกระอักกระอ่วนก่อนจะเอ่ย “ท่านจะได้เลื่อนตำแหน่งแล้ว ข้าดีใจน่ะ”
เซี่ยผิงกั่งกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเขาต้องไปดูที่หอส่องชะตานั่นเสียหน่อย โดยเฉพาะเจ้าของร้านนั่น อย่าให้เขาพบว่าเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวงก็แล้วกัน
ช่วงนี้เซี่ยเฉียวรู้สึกว่าเวลาของนางค่อนข้างแน่น
โชคดีที่หลักสูตรของผู้หญิงค่อนข้างผ่อนปรน จึงไม่ยากนักที่จะหยุดพักผ่อนสักสิบกว่าวันในแต่ละเดือน
หลังจากที่นางส่งเซี่ยผิงกั่งกลับไปแล้ว นางก็โดดชั้นเรียนคัดอักษรและวาดภาพในช่วงบ่ายอีกครั้ง
เพื่อไปดูร้านใหม่ของนาง
และป้องกันไม่ให้คนจำได้ นางจึงสวมหมวกที่มีผ้าคลุมหน้า แล้วแอบเข้าหอส่องชะตาทางประตูหลังอย่างระแวดระวัง แม้จะมีซอยเล็กๆ ทางด้านหลัง แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นนาง
หอส่องชะตามีทั้งหมดสองชั้น บนชั้นสองมีห้องส่วนตัวสำหรับให้นางพักผ่อน ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์บนถนนได้
นอกจากนี้ภายในยังตระเตรียมสิ่งของที่จำเป็นหลายอย่างเอาไว้แล้ว เช่น กระดาษยันต์ และชาด
เมื่อมองจากภายนอกร้านของนางเป็นร้านค้าเล็กๆ แปลกๆ ที่ขายยันต์คุ้มภัยและปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย
แต่ในความเป็นจริง…
เซี่ยเฉียวนำแผ่นไม้ขนาดเล็กออก