เวลามากขึ้น ของในร้านก็คงไม่ขาดแล้ว
เซี่ยเฉียวถอนหายใจ
ร่างกายนางเป็นแบบนี้แล้วยังต้องทำงานอย่างหนักอีก ชีวิตของนางช่างไม่ง่ายเอาเสียเลย
นางวาดยันต์มาเป็นเวลาหนึ่งชั่วยามจนเมื่อยมือแล้ว แต่เมื่อมองเห็นปึกยันต์หนาๆ ที่อยู่ตรงหน้า เซี่ยเฉียวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ
ยามที่นางมาถึงที่นี่มีคนเฝ้าร้านอยู่แค่คนเดียว แถมเขายังเป็นใบ้อีก พอเขาเห็นจดหมายจึงยอมให้นางเข้ามาได้
นางต้องการคนดูแลจัดการร้านอีกคน
ศิษย์น้องของนางบอกว่าก่อนที่จะเปิดร้านจะคัดเลือกคนดีๆ ส่งมาให้นาง หวังว่า…คนที่เขาเลือกมาจะเป็นคนใจกล้าไม่ขี้กลัวนะ
เซี่ยเฉียวกำลังคิดๆ อยู่ ก็มีคนคนหนึ่งเข้ามา
หลังจากที่ชายคนนั้นก้าวขาเข้ามา เขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่ในร้าน จากนั้นเขาก็เอ่ยถามเลียบๆ เคียงๆ “ใช่เจ้าของร้านหรือไม่”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นมอง “เจ้าเป็นคนดูแลร้านที่ศิษย์น้องเซียวส่งมา?”
คนผู้นั้นได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง เขารีบเอ่ย “เป็นข้าน้อยเองขอรับ ข้าน้อยฉังถงคารวะท่านเจ้าของ!”
คนผู้นี้ตรงไปตรงมามาก เขารีบคุกเข่าลงทันที
ท่าทางสุภาพขี้เกรงใจอย่างนี้ทำให้เซี่ยเฉียวรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง “ลุกขึ้นเถิด กิจการของข้าค่อนข้างพิเศษอยู่บ้าง ก็ยังไม่รู้ว่าเจ้าจะยินดีทำงานให้ข้าหรือไม่”
“ย่อมยินดีขอรับ ท่านอาจารย์เซียวได้บอกข้าน้อยไว้แล้วว่า สินค้าของท่านคล้ายๆ กับสินค้าในร้านขายโลงศพ ข้าน้อยไม่ได้มีข้อจำกัดอะไรมากมายจึง