ึกษาอยู่แล้ว นางจึงคิดจะยกจดหมายให้ข้า…”
“เจ้า…ขโมยหยกไปแลกเปลี่ยนข้อตกลงกับคนอื่นใช่หรือไม่!” จู่ๆ หลูซื่อก็นึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง “ผิงกั่งเคยบอกว่าหยกนี้สามารถฝากตัวเป็นศิษย์กับอาจารย์ในสำนักศึกษาหลวงคนไหนก็ได้ คนที่ต้องการมันจึงมีนับไม่ถ้วน เจ้าพูดมาสิว่าเจ้าเอาหยกนี้ไปให้คนอื่นนำไปกราบอาจารย์แลกกับเงื่อนไขให้เจ้าได้เข้าสำนักศึกษาใช่ไหม!”
เผยหว่านเย่ว์กัดฟันพูด “ข้าไม่ได้ทำเจ้าค่ะ”
ทันใดนั้นหลูซื่อก็ยกมือขึ้นคิดจะตีนาง แต่เมื่อเห็นท่าทางดื้อรั้นของลูกสาวก็ตีไม่ลง
นางโกรธจนแทบอยากขว้างปาข้าวของ
“เจ้า นี่มันเหลวไหลจริงๆ!” หลูซื่อรู้สึกเสียใจ “แม่รู้ว่าเจ้าอยากไปเรียนที่สำนักศึกษาหลวง แต่สำนักศึกษากู่หลันเองก็เป็นหนึ่งในสามอันดับสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียง เจ้ามีอะไรที่คิดไม่ตกหรือ! เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำเรื่องนี้ได้โดยไม่มีใครล่วงรู้หรอกหรือ หากนังหนูคนที่อยากกราบอาจารย์คนนั้นพลั้งปากพูดออกไปล่ะ! ตระกูลเซี่ยคงคิดหาวิธีปกป้องชื่อเสียงของเจ้า แต่ต่อไปหากเจ้าคิดจะแขวนชื่อเข้าตระกูลเซี่ยเจ้าคิดว่าจะเป็นไปได้หรือ!”
ช่างทำให้ความพยายามของนางเสียเปล่าจริงๆ!
ทั้งที่นางพยายามเกลี้ยกล่อมเซี่ยหนิวซาน และเขาเองก็เริ่มใจอ่อนแล้ว
เซี่ยผิงกั่งเป็นคนรอบคอบระมัดระวัง เขาจึงไม่ยอมให้ลูกสาวของนางมีชื่อในผังวงศ์ตระกูลทันที แต่ตราบใดที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติสุขสักระยะหนึ่ง หลังจากที่ทุกคนรู้จ