ส่วนรู้จัก สนิมสนมหรือไม่ เป็นเพื่อนกันหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” เซี่ยเฉียวท่าทางเหมือนว่ากำลังอ่านคัมภีร์ “พวกเราทั้งหมดถูกลงโทษด้วยกัน บังเอิญมาพบกัน จึงไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวซึ่งกันและกันเป็นพิเศษ”
จ้าวเสวียนจิ่งดวงตาเป็นประกาย
รู้สึกไม่ถูกชะตาคนตระกูลเมิ่งมานานแล้ว คำพูดของเซี่ยเฉียวนี้ทำให้เขาสาแก่ใจยิ่งนัก
เซี่ยเฉียวไม่ต้องการรู้จักคุณชายผู้นี้จริงๆ โหงวเฮ้งของคนที่ทำให้ครอบครัวล่มจม ไม่รุ่งเรือง
อีกอย่างคนคนนี้เสียงดังหนวกหู รบกวนความสงบของนางด้วย
เมิ่งจี๋ฟังเพิ่งเคยถูกคนปฏิเสธอย่างหมดจดสิ้นเชิงเช่นนี้เป็นครั้งแรก
นอกจากนี้เขาเพียงแค่บอกว่าเป็นเพื่อนเท่านั้น มันยอมรับได้ยากขนาดนั้นเลยหรือ!
ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ดูไม่น่ามองขึ้นมาทันที มีแววดื้อรั้นเล็กน้อย
“ม้าตัวนี้ใช่หรือไม่ จูงออกมาให้ข้าดูหน่อยสิ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยกับเมิ่งจี๋ฟังพลางชี้ไปยังม้าตัวที่ยืนอยู่ข้างเซี่ยเฉียว
หนังตาของเมิ่งจี๋ฟังกระตุกทันที
เขารู้หรอกว่าองค์ชายรัชทายาทมาที่นี่วันนี้เพราะต้องการหาเรื่องเขา!
แต่เขาไม่อาจขัดคำสั่งนี้ได้ จึงยอมกัดฟันจูงม้าออกมาด้วยความไม่เต็มใจ ม้าตัวนี้กำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะเซี่ยเฉียวลูบไล้มันเมื่อสักครู่ เวลานี้เมื่อเมิ่งจี๋ฟังดึงบังเหียน มันจึงไม่ได้โกรธแต่อย่างใด
“ฝ่าบาททรงแน่ใจว่าจะขี่ม้าตัวนี้แน่หรือ ม้าตัวนี้สี่ขาแข็งแรงมาก มันหยาบกระด้าง ศีรษะใหญ่หน้าผากกว้าง หน้าอ