เงินสิบเมล็ดต่อวัน” ผู้ดูแลอดไม่ได้ จึงเอ่ยปากถามรั้งเซี่ยเฉียวไว้ก่อนที่นางจะหันหลังจากไป
เซี่ยเฉียวชะงักไป “จูงม้าเดินเล่น?”
“ถูกต้อง ม้าพวกนี้มีนิสัยดื้อรั้น ทุกวันจะต้องเดินเล่นสักหน่อย หากเจ้าทำได้ เรื่องนี้ก็มอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าไปเลย” ผู้ดูแลรีบเอ่ย
วันละสิบเมล็ดถั่วเงิน เดือนหนึ่งก็สามร้อย
เงินบริจาคคือห้าร้อย หากนางคัดลอกหนังสืออีกหน่อยก็แก้ปัญหาเงินบริจาคได้แล้วสิ!?
ส้มหล่น!
ดวงตาของเซี่ยเฉียวเป็นประกาย “ตกลง ข้าจะมาทำ”
ผู้ดูแลโล่งใจทันที ม้าพวกนี้ดูแลยากจริงๆ แต่สายพันธุ์ของพวกมันดี โดยมักจะเกิดอุบัติเหตุเวลาเดินเล่นอยู่บ่อยครั้ง หากเซี่ยเฉียวจัดการเรื่องนี้ได้ก็จะดีมาก
ทางฝั่งเซี่ยเฉียวกำลังมีความสุข ส่วนรอบๆ สนามฝึกยุทธ์ก็มีคนกลุ่มหนึ่งรายล้อมอยู่
ทั้งหมดต่างเฝ้าดูเมิ่งจี๋ฟังจูงม้าให้รัชทายาท
เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า เดี๋ยวเดินเดี๋ยววิ่ง ทำเอาเขาเหนื่อยจนเหงื่อไหลท่วมตัว สนามฝึกยุทธ์มีขนาดใหญ่โตมาก หนึ่งร้อยรอบ…หลังจากวิ่งเสร็จเขาต้องเหนื่อยตายเป็นแน่
องค์ชายรัชทายาทนั่งอยู่บนหลังม้า ดูสบายๆ และพึงพอใจ ความเฉยชาไม่แยแสของเขาทำให้หลายคนตื่นตระหนก
เมิ่งจี๋ฟังคือใครกันล่ะ…
เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของฝั่งมารดาองค์ชายสี่ ในสำนักศึกษานี้ไม่เคยมีใครกล้ายั่วยุเขา แต่ตอนนี้รัชทายาทกลับทรมานเขาถึงขนาดนี้…
น่าสงสาร!
เมื่อเซี่ยเฉียวทำงานเสร็จก็จากไป นางไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นภาย