องนี้แพร่ออกไปก็เป็นเรื่องน่าอับอาย
คนนอกพวกนี้เพียงแต่เห็นเป็นเรื่องขบขัน แต่ช่วยหาของไม่ได้หรอก
“น้องชายของข้าไม่ค่อยระวัง วางของไม่เป็นที่ ก็เลยไม่รู้ว่าหายไปไหน” เซี่ยเฉียวเอ่ยอย่างสงบ
“อย่างนั้นก็น่าเสียดายแล้ว เมื่อมีหยกนี่ หากคิดจะกราบผู้ดูแลเป็นอาจารย์ก็ยังได้…” คนนอกพวกนี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย แต่ละคนต่างมองเซี่ยเฉียวอย่างเห็นอกเห็นใจ
ของสิ่งนี้เซี่ยเฉียวอุตส่าห์ลงแรงไปมากเพื่อให้ได้มา ถึงขนาดเป็นลมไปรอบหนึ่งเลยนะ ตอนนี้มาหายไป ไม่แน่นางอาจจะรู้สึกโศกเศร้ามากก็ได้
ตั้งแต่ที่รู้ว่าเซี่ยเฉียวจะอายุสั้น ความเป็นปฏิปักษ์ที่ทุกคนมีต่อนางก็ลดน้อยลงไปมาก
ตอนนี้พวกนางจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปลอบใจ “หายแล้วก็แล้วไปเถอะ ก็แค่หยกชิ้นหนึ่งเท่านั้น น้องชายของเจ้าก็ไม่ได้ฉลาดอะไรมากมาย แม้ว่าจะมีอาจารย์ก็อาจเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เท่าไรนัก เจ้าอย่าเสียใจไปเลย”
“…” เซี่ยเฉียวหนังตากระตุกทันที
นางรู้สึกราวกับกำลังโดนดูถูก
“ใช่แล้ว หากคุณชายน้อยตระกูลเซี่ยกราบอาจารย์เมื่อไหร่ ต่อไปเขาก็คงจะเสเพลมากยิ่งขึ้น ข้าว่าอย่างนี้ก็ดีแล้วนะ เขาจะได้ไม่ต้องนำหยกทำตัวกร่างไปทั่ว” ใครอีกคนพูดขึ้น
“นั่นก็จริง ลองคิดดูให้ดีสิ ในสำนักศึกษามีคนเก่งมากมายขนาดนี้ ยังมีหัวกะทิอีกตั้งมากที่คิดจะกราบอาจารย์แต่ไม่สำเร็จ ถ้าคนไม่เอาไหนอย่างเซี่ยผิงไหวทำได้ขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่ามีอีกกี่คนที่จะรู้สึกผิดหวังหดหู่..”
เซี่