ยเฉียวขมวดคิ้ว
คนเหล่านี้ดูเหมือนจะไม่รู้สึกว่าคำพูดของพวกนางไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปกติแล้วชื่อเสียงของเซี่ยผิงไหวเลวร้ายขนาดไหน
“ข้าไม่เคยพูดว่าเสียใจนะ” เซี่ยเฉียวเอ่ยเรียบๆ สีหน้าของนางเย็นชาเล็กน้อย
คนเหล่านั้นก็ตกตะลึงทันที
จะต้องเสียใจสิ? จำเป็นต้องพูดด้วยหรือ
“พวกเจ้าเอ่ยปากถามเรื่องหยกขาว ข้าก็เลยอธิบายให้ฟัง แต่ข้าไม่เคยพูดนี่ว่าของหายไปแล้วเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด ตระกูลเซี่ยของข้าไม่ได้ยากจนถึงขั้นนั้น อีกอย่างมันก็ไม่ได้เป็นสมบัติล้ำค่าอะไรด้วย หรือว่าข้าจะต้องร้องไห้เสียใจเพราะมัน? อีกอย่าง ข้ารับรู้ได้ถึงน้ำใจของทุกคนแล้ว แต่คำพูดของพวกเจ้าไม่น่าฟังเท่าไร เซี่ยผิงไหวเป็นน้องชายของข้า ข้าอาจจะพูดว่าเขาดื้อรั้น แต่คนอื่นจะมาว่าเขาไม่ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ยจนจบก็พูดต่อ “ช่วยหลีกไปหน่อยเถอะ บดบังแสงของข้าหมดแล้ว”
คำพูดของนางทำให้ทุกคนพูดไม่ออก
ตอนที่พวกนางพูดก็ไม่ได้คิดถึงความสัมพันธ์พี่น้องระหว่างเซี่ยเฉียวกับเซี่ยผิงไหวจริงๆ
ก็แค่คิดว่าเด็กนั่นนิสัยเลวจึงพูดว่าไปสองสามคำเท่านั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าเซี่ยเฉียวจะโกรธขึ้นมาจริงๆ?
“เจตนาดีกลับถูกมองในแง่ร้ายเสียอย่างนั้น!” ซย่าหย่าอวิ๋นแค่นเสียง “น้องชายของเจ้าเดิมทีก็เป็นคนอย่างนั้นอยู่แล้ว ยังจะกลัวคนอื่นว่าอีก ของนั่นก็หายไปแล้ว ใครจะรู้ว่าเขาอาจจะแอบเอาไปจำนำแล้วก็ได้! ใครบ้างล่ะที่จะไม่รู้ว่าน้องชายของเจ้าชอ