ลิวเองก็รู้ความจึงถอยหลังยืนห่างออกไปเล็กน้อย
“เจ้ามาส่งทองคำหรือ ตอนนี้ข้าไม่สะดวกจะรับ เจ้าเอาไปฝากไว้ที่รถม้าของบ้านข้าได้หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“…” ในใจโจวเว่ยจงรู้สึกขมขื่นอยากร้องไห้ทันที “ไม่ใช่ ข้าจะมาขอบคุณแม่นางเซี่ย…อีกอย่างข้ารู้มาว่าท่านมีหยกขาวอยู่ชิ้นหนึ่ง จึงอยากรู้ว่าท่านวางแผนจะทำอย่างไรกับหยกขาวนั่น”
“จริงสิ หยก” เซี่ยเฉียวลูบของที่อยู่ในอกเสื้อ “ข้ากำลังจะเข้าไปดูในหอหนังสือว่ามีอะไรที่ข้า…ชอบบ้างไหม”
โจวเว่ยจงหนังตาเต้นกระตุก
น่าจะเป็นของที่มีราคามากกว่ากระมัง?
“คือ…หยกนี่เอาไปกราบอาจารย์เป็นศิษย์น่าจะดีกว่า…จริงสิ ตอนนี้ฝ่าบาทของข้าก็ยังรับศิษย์อยู่นะ แม่นางอยากจะเรียนขี่ม้ายิงธนูไหม ตอนนั้นฝ่าบาทนับเป็นอันดับหนึ่งในเมืองหลวงเชียวนะ!”
“ไม่เรียน นี่เจ้าคิดจะเนรคุณหรือ” ใบหน้าเล็กๆ ของเซี่ยเฉียวดูขมขื่นราวกับลำบากใจเล็กน้อย
ร่างกายของนางเป็นเช่นนี้จะไปเรียนขี่ม้ายิงธนูได้อย่างไร
นางเกิดสงสัยว่าหรือองครักษ์โจวต้องการให้นางตาย
“…” องครักษ์โจวรู้สึกจนปัญญา “หากอย่างนั้นพิณ หมาก อักษร ภาพวาดล่ะ ฝ่าบาทก็ทรงพระปรีชา…”
“ไม่เรียน” เซี่ยเฉียวยืนยันหนักแน่น “หรือว่าหยกขาวในมือของฝ่าบาทมอบให้คนอื่นไปหมดแล้ว ก็เลยต้องการของข้ากลับไป หากเป็นเช่นนั้น…”
เซี่ยเฉียวมองอย่างเห็นอกเห็นใจ “ขายให้พวกเจ้าห้าพันตำลึงก็ได้…”
นี่คือราคาคนกันเอง
ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้มีราคาแค่นี้นะ