ง
ตอนที่นางมาที่นี่ไม่สะดวกที่จะนั่งรถม้าของตระกูลเซี่ยมา
นางจึงใช้เหรียญทองแดงของตัวเองจ้างเกี้ยวหามให้แบกนางกลับบ้านตระกูลเซี่ย
หลังจากที่เซี่ยเฉียวจากไปแล้ว คนทั้งกลุ่มก็รวมตัวกัน
แต่ละคนต่างก็อึ้งกันไปหมด
“พวกเจ้ารู้สึกว่า…สีหน้าของฉินจื้อเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่”
“มีบ้างกระมัง…ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้หน้าจะเขียวคล้ำ แต่ตอนนี้สีหน้าดีขึ้นมากแล้วนะ”
“ใช่หรือ ทำไมข้ารู้สึกว่าเขายังเหมือนคนใกล้ตายอยู่เหมือนเดิมล่ะ หัวหน้า ท่านคงไม่ได้ถูกหลอกหรอกนะ?”
“อย่าพูดจาเหลวไหล แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนจะหลอกหลวงคนได้อย่างไร” โจวเว่ยจงไม่เชื่อเด็ดขาด เขาจ่ายเงินตั้งมากขนาดนี้ต้องไม่เสียเปล่าสิ!
เพื่อรักษาอาการป่วยของฉินจื้อ ได้ตามหมอคนหนึ่งให้มาดูอาการเขามาโดยตลอด เวลานี้จึงรีบตามตัวหมอคนนั้นมาทันที
ท่านหมอตรวจชีพจรดูอย่างละเอียด ประเดี๋ยวก็ขมวดคิ้วประเดี๋ยวก็รู้สึกสับสน
“ชีพจรเต้นแรงกว่าเมื่อก่อนเล็กน้อย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าจะเขียนใบสั่งยาให้เขาลองดื่มดูก่อน ถ้าหากดื่มยาลงไปได้ อาการก็คงจะดีขึ้นได้ไม่ยาก” ท่านหมอก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
ตอนที่เขามาดูอาการเมื่อเช้า คนคนนี้เหลือลมหายใจอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าจู่ๆ ลมหายใจของเขาจะเต็มขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
เมื่อเขาพูดออกมาเช่นนี้ พวกโจวเว่ยจงก็ประหลาดใจขึ้นมาในทันที
แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนใช้ได้จริงๆ!
ในขณะนั้นฉินจื้อเพียงรู้สึกว่าเขากำลั