นางเอายันต์มาใช้กับเขาขึ้นมา เขาจะทำอย่างไรล่ะ!
“ข้าน้อยไปยืมท่านพ่อก็ได้…” โจวเว่ยจงสีหน้าไม่พอใจ
พอจ้าวเสวียนจิ่งได้ยินดังนั้นก็เอ่ย “อืม งั้นก็ไปเอาที่ห้องบัญชีเถอะ”
โจวเว่ยจงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินสิ่งที่ฝ่าบาทพูด ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง แต่หลังจากช่วงเวลาแห่งความดีใจนี้ผ่านพ้นไป เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ…
เมื่อสักครู่ฝ่าบาทยังบอกเขาว่าไม่ให้ยืม แต่ทำไมตอนที่เขาบอกว่าจะไปยืมท่านพ่อถึง…
โจวเว่ยจงมีสีหน้าซับซ้อน
เขาสงสัยว่าตนเองกำลังโดนเอาเปรียบ
หรือฝ่าบาทอยากจะเป็นพ่อของเขา?
เขาเองก็ไม่กล้าถาม แต่จ้าวเสวียนจิ่งกลับถามขึ้นด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ใส่ใจ “เจ้าส่งคนไปถามดูหน่อยว่า นางทำอย่างไรกับหยกรางวัลชิ้นนั้นแล้ว หลังจากนั้นก็ปล่อยข่าวลือออกไปด้วยว่า…ข้ารับนางเป็นศิษย์”
“ท่านรับ? จะสอนอะไรน่ะ” โจวเว่ยจงรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
“ยิงธนู พิณ หมาก อักษร ภาพวาด ได้หมด” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยอีก
“…” หนังตาของโจวเว่ยจงเต้นกระตุก สายตาวาดผ่านแขนขวาของเขา
หลังจากองค์ชายมือพิการก็ไม่เคยแสดงความสามารถเหล่านี้ต่อหน้าคนอื่นอีกเลย โดยเฉพาะการยิงธนู ซึ่งทำด้วยมือเดียวไม่ได้ พระองค์จะสอนอย่างไร
แต่มีบางอย่างที่เขาไม่กล้าถาม เพราะฝ่าบาทอ่อนไหวเป็นพิเศษในเรื่องนี้ ถึงแม้จะเป็นเขา แต่หากพูดอะไรผิดไป ก็จะกริ้วขึ้นมา
“ข้าน้อยทราบแล้ว จะบอกแม่นางเซี่ยแน่นอน” โจวเว่ยจงเข้าใจความหมายที่ซ่อนอ