าประตูก็เฝ้าประตู โดนดุก็โดนดุ ในเมื่อแม่นางเซี่ยครึ่งเซียนมาที่นี่แล้ว ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าตอนนี้เขาเป็นหนี้อยู่ เขาจะขึ้นเสียงกับเจ้าหนี้ได้อย่างไร…
โจวเว่ยจงเฝ้าฉินจื้ออยู่อีกวันเพื่อให้แน่ใจว่าเขาดีขึ้นแล้วจริงๆ ก่อนจะกลับไปที่สำนักศึกษา
“อาการป่วยของฉินจื้อเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นบ้างไหม” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยถาม
“แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนเก่งจริงๆ พอตกกลางคืนเขาก็ดื่มยาได้แล้ว วันถัดมาลมหายใจก็สม่ำเสมอขึ้นมาก ตอนที่ข้าน้อยจากมา เขาก็ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงคุยเล่นกับพวกเราได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ” โจวเว่ยจงเอ่ยอย่างยินดี
จ้าวเสวียนจิ่งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกว่าควรต้องเป็นเช่นนั้น
“อย่าลืมเรื่องทองของคนอื่น” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยเสริม
ร่างกายของโจวเว่ยจงแข็งทื่อขึ้นมาทันที “ข้าน้อยกำลังจะพูดอยู่พอดี…เป็นไปได้ไหมที่จะขอยืมจากฝ่าบาทก่อนสักหน่อย…ตอนนี้ข้ามีไม่พอ รอให้ข้ากลับไปบ้านเอาของสะสมไปจำนำสักสองสามชิ้น แล้วข้าค่อยเอามาคืนท่าน”
“ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเจ้าก็ลองเบี้ยวหนี้สิ” จ้าวเสวียนจิ่งเลิกคิ้ว
เขาอยากจะรู้นักว่าถ้าหากโจวเว่ยจงเบี้ยวหนี้แล้ว แม่นางเซี่ยครึ่งเซียนจะโกรธขนาดไหน
“…” โจวเว่ยจงหัวเราะแหะๆ
ถึงอย่างไรฝ่าบาทกับเขาก็เติบโตขึ้นมาด้วยกันนะ จะต้องใจร้ายกับเขาขนาดนี้เลยหรือ!
แม่นางเซี่ยใช่คนธรรมดาที่ไหน ยันต์เป็นปึกๆ ในตะกร้านั่นก็ไม่รู้ว่าใช้ทำอะไรได้บ้าง หากเขาทำให้นางขุ่นเคือง แล้ว