านอยู่ไปนานๆ จะไม่ดีต่อสุขภาพ”
เซี่ยเฉียวเงยหน้าขึ้นยิ้มหลังจากพูดจบ
รอยยิ้มอ่อนโยนแต่ก็ยั่วเย้าเล็กน้อยราวกับนางต้องการแสดงออกว่าตนเองจิตใจดีเพียงใด “ฝ่าบาทเป็นผู้ค้ำประกัน หากเขาหาทองมาให้มิได้ ฝ่าบาทจะต้องจ่ายแทน หากเป็นเช่นนั้นข้าก็จะวาดผังที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจท่านให้ แล้วท่านค่อยให้คนมาปลูกดอกไม้ปลูกต้นไม้ตามผังของข้า ข้ารับรองว่าฝ่าบาทจะต้องเปี่ยมไปด้วยพลังกระฉับกระเฉงดั่งเสือผงาดมังกรผยอง…”
เซี่ยเฉียวหยุดเมื่อพูดถึงตรงนี้
นางมักจะพูดช้าๆ เสมอมา น้อยครั้งนักที่จะพูดได้คล่องขนาดนี้ จึงพลั้งปากไปชั่วขณะและเผลอใช้คำผิดไปแล้ว
แต่ถึงอย่างไร…
นางก็มีเหตุผล
เซี่ยเฉียวแอบเหลือบมองเรือนร่างของจ้าวเสวียนจิ่ง
จ้าวเสวียนจิ่งจุกขึ้นมาทันที จู่ๆ ก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกเล็กน้อย อะไรคือ “เปี่ยมไปด้วยพลังกระฉับกระเฉงดั่งเสือผงาดมังกรผยอง” ราวกับว่าตอนนี้เขาไม่ได้เป็นอย่างนั้น!
“คำพูดนี้ของแม่นางเซี่ยช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ” จ้าวเสวียนจิ่งคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ทำให้ท่านขบขันแล้ว พอดีข้าโตมาในวัด ไม่ค่อยรู้เรื่องราวโลกภายนอกมากนัก…” เซี่ยเฉียวยิ้มกระอักกระอ่วน
ในวัดมีผู้ชายแค่ไม่กี่คน
ท่านอาจารย์ของนางก็เป็นชายชราขี้เมาทั้งยังประพฤติผิดทางวาจา นอกจากการสอนประจำวันก็ไม่พูดอะไรอื่นแล้ว อีกอย่างนางมีสายตาแหลมคม ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ก้มหน้าก้มตาได้นางก็ทำ แล้วเวลานางทำสมาธิสิ่งที่นางได้เห