็นก็มีแต่ชายกระโปรงเท่านั้น
สิบหกปีแล้ว!
ราวกับนางเป็นนักบวชแล้วจริงๆ นางไม่เคยมีความปรารถนาทางโลกเลยแม้แต่น้อย นางรู้ตัวดีว่านางคู่ควรกับชายชราแล้ว และตอนนี้นางก็แค่มองดูอะไรสวยๆ งามๆ หน่อยเท่านั้น ช่างน่าน้อยใจนัก
ทั้งที่นางถ่อมตน แต่จ้าวเสวียนจิ่งมักรู้สึกว่าคำพูดของนางมีความหมายอย่างอื่น
เขาหันหน้าไปด้านข้างมองป่าไผ่ที่มืดครึ้มรำไร “แม่นางเซี่ยช่วยข้าปรับปรุงป่าไผ่นี่ ยังต้องการค่าตอบแทนหรือไม่”
“เรื่องนี้…แล้วแต่ศรัทธาก็แล้วกัน ข้าไม่บังคับ” เซี่ยเฉียวสีหน้าจริงจัง “แต่ว่าการทำนายชะตาเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล มิฉะนั้นหากท่านติดค้างมากเกินไปก็อาจจะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นข้าแนะนำให้..จ่ายมาสักนิด”
จ่ายสักนิดหรือ
จ้าวเสวียนจิ่งมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย “ตกลง”
เซี่ยเฉียวพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
นางสามารถขยายกิจการได้ ถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว
แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้อยากได้เงินของรัชทายาท ที่สำคัญคืออยากให้เขาค้ำประกันให้เท่านั้น
ชั้นเรียนในตอนบ่ายยังมีวิชาขี่ม้า แต่เซี่ยเฉียวเป็นลม ดังนั้นวิชานี้นางย่อมไม่ได้เข้าเรียน ตอนนี้นางจึงนั่งอยู่ในรถม้าเตรียมตัวเดินทางไปยังสถานที่ที่องครักษ์โจวให้ที่อยู่ไว้
สถานที่นั้นอยู่ถัดจากถนนที่ตั้งบ้านของตระกูลเซี่ยออกไปสองสาย เป็นเรือนหลังไม่เล็กไม่ใหญ่
องครักษ์โจวเดินทางมาถึงก่อนแล้ว เขารออยู่ที่ประตูพร้อมกับพี่น้องอีกหลายคน
เมื่อเห็นเซี่ยเฉียว