้วนเป็นเรื่องโกหก?”
“หากเป็นวิญญาณแค้นธรรมดา ข้าก็อาจจะรับโดยไม่คิดเงิน แต่พี่น้องของพวกท่านเป็นคนทำตัวเองทั้งนั้น เขาติดค้างผู้อื่น หากโดนวิญญาณแค้นเอาชีวิตย่อมเป็นเรื่องสมควรแล้ว” เซี่ยเฉียวนิ่วหน้า “ฝ่าบาทคงไม่บังคับให้ข้าไปจับวิญญาณหรอกกระมัง”
จ้าวเสวียนจิ่งแผ่รังสีที่ชวนให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
พูดกันตามตรง องค์ชายท่านนี้หน้าตาไม่เลว
สีผิวของเขาไม่ได้ขาวจัด แต่เป็นสีของข้าวสาลีที่ดูสุขภาพดี รูปร่างเพรียว เปี่ยมพลัง ในสายตานางคือโหงวเฮ้งที่ดีมาก
ก่อนหน้านี้ที่เมืองสือฝั่งเขายังมีเคราะห์ จึงมีโหงวเฮ้งที่หม่นหมองไม่สดใส แต่ตอนนี้กลับดูแจ่มใสขึ้นมากทีเดียว
กิริยาสูงส่งราวกับหยกโบราณพันปี เมื่อได้เห็นย่อมไม่มีทางลืมเลือน
แม้จะไม่คำนึงถึงโหงวเฮ้ง รัชทายาทที่มีรูปร่างหน้าตาอย่างนี้ก็เหมือนก้อนเงินก้อนทองที่ดึงดูดใจผู้คน หากเป็นไปได้ก็ควรจะกอดไว้แนบอกจึงจะสบายใจ
แน่นอนว่าเซี่ยเฉียวก็ไม่กล้าคิดอะไรเหลวไหล
เขาเป็นรัชทายาท ไม่ใช่คนที่จะหลอกพากลับไปบ้านเพื่อให้กำเนิดลูกได้
เซี่ยเฉียวลอบถอนหายใจ
“คนที่ขอร้องให้ช่วยมิใช่ข้า ดังนั้นเงินนี่ข้าก็ไม่ใช่คนที่ต้องจ่าย หากพวกเขาจ่ายไม่ไหว แม่นางเซี่ยก็คิดเอาเองแล้วกันว่าจะจัดการอย่างไร” น้ำเสียงจ้าวเสวียนจิ่งแปลกแยก เขายืนอยู่ตรงไหนก็เหมือนต้นสนที่เขียวชอุ่มตลอดปี สูงส่งไปด้วยคุณธรรมตั้งมั่นไม่แปรเปลี่ยน
เซี่ยเฉียวได้ยินมาว่ารัชทายาทเป็นที่โปรดปรานมาก