ี่หลายปีก่อนตอนที่เพิ่งมาเมืองหลวง เขามีคุณสมบัติเข้าเรียนที่สำนักศึกษา แต่ก็ไม่ได้เรียน พวกเจ้าว่าเป็นเพราะเหตุใด ย่อมเป็นเพราะพวกเขาไม่มีทั้งเงินทั้งทรัพย์สมบัติอย่างไรล่ะ! ต่อมาตระกูลเซี่ยประหยัดอดออม จึงสามารถส่งลูกสาวลูกชายคนเล็กสองคนมาเรียนได้…”
“ใช่ๆๆ ตอนนั้นที่แม่ทัพเซี่ยมาส่งเซี่ยผิงไหวและเซี่ยซีเข้าเรียน เขาก็ใช้เงิน ดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นัก ท่าทางที่เขามองเงินราวกับไม่เคยเห็นมาก่อนอย่างนั้นล่ะ!”
“นายหญิงของตระกูลเซี่ยก็ไม่ใช่ชนชั้นสูง ข้าได้ยินมาว่านางมาจากตระกูลพ่อค้า ตระกูลของพ่อค้าผู้นี้มีเงินอยู่บ้าง ก็ไม่รู้ว่าสินเดิมมีมาเท่าไหร่”
“ตระกูลหลูนั่นไม่น่าจะมีสินเดิมมากนักหรอก นางแต่งงานเป็นครั้งที่สองแล้ว แม่บ้านของบ้านข้าเคยเจอบ่าวรับใช้ของพวกเขาบนถนน พวกนางพูดกันอย่างนั้น”
“หากอย่างนั้น…เซี่ยเฉียวคนนี้ก็น่าสงสารนะ”
“ใช่สิ นางมีชาติกำเนิดไม่ดี ไม่ได้เติบโตขึ้นมาข้างกายใต้เท้าเซี่ย ตอนนี้แม่เลี้ยงก็เป็นใหญ่ในครอบครัว จะดีกับนางได้อย่างไร”
“นางได้ถั่วเงินเล็กน้อยแค่นี้ยังดีใจขนาดนี้ ความเป็นอยู่ที่บ้านก็ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร อย่าบอกนะว่าแม้แต่เงินใช้จ่ายประจำเดือนก็ยังไม่มี”
พอมีคนพูดอย่างนี้ออกมา สายตาของทุกคนก็แสดงความเห็นอกเห็นใจ
ทว่าซย่าหย่าอวิ๋นกลับอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะนาง
นังเด็กยากจน!
เวลานี้เซี่ยเฉียวถูกคนหามเข้าไปในห้องด้านข้าง
ถึงอย่างไรจ้าวเสวียนจิ่งก็เป็น