อึ้งไปแล้วแน่ๆ!” ในที่สุดซย่าหย่าอวิ๋นก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาแล้ว
ดูท่าทางโง่ๆ อย่างนั้น ยังคิดจะร่ายรำเพลงกระบี่ชมจันทร์?
ฝันไปเถอะ!
อีกหนึ่งเค่อถัดมาก็มีคนมาอีกไม่น้อย
นอกจากอาจารย์วิชากระบี่ของเรือนคงกู่แล้ว ก็มีอาจารย์ท่านอื่นๆ และยังมี…
เซี่ยเฉียวเหลือบไปมองใบหน้าชายคนนั้น จากนั้นสีหน้าก็สงบลง
“ในเมื่อฝ่าบาทบังเอิญเสด็จผ่านมา ก็ถือโอกาสนี้ดูเด็กๆ พวกนี้ฝึกกระบี่เสียเลยเป็นอย่างไรเพคะ หากพระองค์ทรงคิดว่าไม่แย่ พวกนางก็ถือว่าไม่เสียทีที่ฝึกฝนเพลงกระบี่นี้” ท่านอาจารย์พูดประจบประแจงเล็กน้อย
จ้าวเสวียนจิ่งกวาดสายตามองผ่านเซี่ยเฉียวไป
“ผู้ที่ยืนอยู่เข้าร่วมหมดเลยหรือ” เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางสบายๆ
“เพคะ” ท่านอาจารย์ตอบ
จ้าวเสวียนจิ่งนิ่งงันไปเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ จึงได้ใช้มือซ้ายค้นหยกขาวชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนลงบนโต๊ะที่มีถั่วเงินและเครื่องประดับศีรษะวางอยู่ และพูดสั้นๆ ว่า “ของเดิมพัน”
ทุกคนชะงักไปเล็กน้อย
หยกชิ้นนี้…
“หยกชิ้นนี้ของฝ่าบาทคือหนึ่งในสองสามชิ้นที่ผู้ดูแลสำนักศึกษามอบให้ท่านก่อนหน้านี้?” อาจารย์เองก็ตะลึงไปแล้ว
“อืม” จ้าวเสวียนจิ่งเพียงแค่นเสียงตอบหนึ่งหน
อาจารย์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองไปยังทุกคน ราวกับกลัวว่าจะมีใครบางคนไม่เข้าใจถึงความสำคัญของหยกชิ้นนี้ เขาจึงเอ่ยขึ้น “หยกนี้มีทั้งหมดสิบชิ้น ผู้ดูแลสำนักศึกษาได้มอบให้ฝ่าบาทไปสามชิ้น ข