ไปสักครั้งในแต่ละเดือน หากเจ้าอยากเข้าไปก็จะต้องมีก้อนทองหรือก้อนเงินให้พอก่อน”
ขณะที่ฟังมู่เสวี่ยพูดก็หยิบกระเป๋าเงินใบเล็กออกมา จากนั้นจึงเทก้อนเล็กๆ ข้างในออกมา
เซี่ยเฉียวมองดู
มีอยู่สองสีคือสีทองและสีเงิน ลักษณะกลมๆ และมีลวดลายเล็กน้อยอยู่ด้านบน
“มันคือเจ้านี่ล่ะ สิบเมล็ดถั่วเงินจะเท่ากับหนึ่งตำลึง ที่สำนักศึกษาแม้ว่าเจ้าจะใช้พวกพู่กันหมึกกระดาษที่เตรียมมาเองได้ แต่ทุกครั้งที่ส่งงานให้อาจารย์จะต้องใช้กระดาษที่ประทับตราแล้วเท่านั้น มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นโมฆะ ซึ่งกระดาษที่ว่านี้ก็ต้องใช้ถั่วเงินซื้อ นอกจากนั้นของว่างที่พวกเรากินแต่ละวันก็ต้องใช้ถั่วเงินซื้อ ส่วนเมล็ดถั่วทองนี่จะใช้หลักๆ ที่หอหนังสือ”
ฟังมู่เสวี่ยมีความอดทนค่อนข้างสูง
แต่เซี่ยเฉียวแทบจะกระอักเลือดแล้ว
นาง…มีสุขภาพร่างกายไม่ดีและไม่อยากทำงานหนัก
นางแค่อยากจะมาบำรุงร่างกายและไปหอหนังสือเพื่ออ่านหนังสือเป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้ดูๆ แล้ว…ไม่น่าจะได้อ่าน?
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
ฟังมู่เสวี่ยรู้สึกว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้น่าสงสารมาก
นางเพิ่งมาเรียนในวัยนี้จะต้องเรียนไม่ทันแน่นอน ส่วนที่นางบอกว่าอยากอ่านหนังสือ…
ไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องจริง
“วิธีนี้…เริ่มมีมาตั้งแต่ก่อตั้งสำนักศึกษาเลยหรือ” เซี่ยเฉียวอดบ่นพึมพำไม่ได้
“ใช่แล้ว เป็นเช่นนี้มาตลอด” ฟังมู่เสวี่ยพยักหน้า
เซี่ยเฉียวระบายลมหายใจ
“แม่นางเซี่ย จริงๆ แล้วพวกเราหวังดีกับเจ้านะ ข้