งพิเศษ หลักๆ คือเป็นกิจการที่เกี่ยวกับคนตาย
เซี่ยผิงกั่งผู้นี้…
ค่อนข้างเจ้าอารมณ์ หากเขารู้เข้าเกรงว่าจะต้องโมโหแน่นอน
แต่…ร่างกายของนางก็ไม่ค่อยเหมาะสมที่จะไปจัดการงานจิปาถะเท่าไรนัก เดิมทีนางก็ตั้งใจจะหาคนมาช่วยอยู่แล้ว
หลายปีมานี้นางอยู่ที่วัดสุ่ยเย่ว์ได้รู้จักผู้คนไม่น้อย จะให้จัดการร้านค้าสักร้านก็ไม่ใช่เรื่องยาก
พอคิดได้อย่างนี้เซี่ยเฉียวก็พูดออกไปตามตรง “หากอย่างนั้นต่อไปก็ต้องรบกวนพี่ใหญ่แล้ว”
“ทำเป็นเกรงใจ” เซี่ยผิงกั่งสายหน้า
“ทำไมตอนนั้นพี่ใหญ่ไม่ไปเรียนหนังสือ” เซี่ยเฉียวถามขึ้นมา “ไม่ว่าจะเป็นจอหงวนฝ่ายบุ๋นหรือฝ่ายบู๊ หากท่านเข้าเรียนอย่างเอาจริงเอาจังในสำนักศึกษาสักสองสามปีก็คงจะมีเส้นสายมากกว่านี้แล้วไม่ใช่หรือ”
เซี่ยผิงกั่งปีนี้อายุยี่สิบ ตระกูลเซี่ยย้ายมาเมืองหลวงเมื่อห้าหกปีที่แล้ว ในเวลานั้นเซี่ยผิงกั่งก็ยังสามารถไปเล่าเรียนได้อยู่ แต่เขากลับไปสอบศิลปะการต่อสู้ทันทีและได้ตำแหน่งจอหงวนฝ่ายบู๊
แต่การเป็นจอหงวนฝ่ายบู๊ไม่ได้ดีเท่าฝ่ายบุ๋น อนาคตก็ไม่แน่นอน
เซี่ยผิงกั่งหน้าแดงทันที
ก็ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดถึงเรื่องอะไรอยู่
เซี่ยเฉียวคาดเดาก่อนจะถามว่า “หรือว่าพี่ใหญ่ท่านเคยไปลองแล้ว พวกเขาไม่รับท่านหรือ”
“…” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าน้องสาวของเขาฉลาดเกินไปก็ใช่ว่าจะดี ไม่มีอะไรเป็นความลับเลย
“พี่ใหญ่ไม่ผ่านการประเมินขั้นพื้นฐาน?” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ
แ