ม้ว่านางจะไม่ได้กลับบ้านเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่นางก็รู้เรื่องในครอบครัวเป็นอย่างดี เซี่ยผิงกั่งเคยเรียนหนังสือมาก่อน
“หลังจากที่ข้ามาถึงเมืองหลวงก็มีเรื่องวิวาทกับคนอื่น ข้าก็กลายเป็นที่รู้จัก สำนักศึกษาก็เลยไม่รับเข้าเรียน” เซี่ยผิงกั่งเบือนหน้าหนีพูดออกมาโดยไม่คิดอะไรมาก
เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานมากแล้ว เกรงว่าในตอนนี้หลายคนคงจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
เซี่ยเฉียวมองเขาด้วยความประหลาดใจ “ไปต่อยตีใครมา”
“เป็นอาจารย์คนแรกในสำนักศึกษาหลวง ตอนนั้นคนผู้นี้พูดจารุนแรง เขารู้สึกว่าตระกูลเซี่ยไม่คู่ควรจะเป็นขุนนาง เพียงแต่ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นอาจารย์ หากข้ารู้… ”
เซี่ยผิงกั่งลังเลเล็กน้อย “ข้าคงจะลงมือหนักขึ้นหน่อย”
เซี่ยเฉียวเหลือบมองเซี่ยผิงกั่งอย่างเห็นใจ และเข้าใจสถานการณ์ของตระกูลเซี่ยในตอนนั้นอย่างลึกซึ้ง
การเป็นโจรมันผิดก็จริง แต่หากเขามีทางอื่นให้เดิน เขาจะเลือกเดินทางตันได้อย่างไร
อีกอย่าง ในยามที่พ่อของนางออกสังหารพวกคนเถื่อน กลับไม่มีใครพูดว่าพวกโจรไม่สามารถนำทหารออกรบได้ หลังจากสงครามจบลง เหตุใดจึงไม่อนุญาตให้ตระกูลเซี่ยได้รับรางวัลความดีความชอบบ้าง
“ทำได้ดี” เซี่ยเฉียวสนับสนุนการกระทำเขา
เซี่ยผิงกั่งได้ยินดังนั้นก็อารมณ์ดี
พอมีความสุขเขาก็ฉีกกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เพิ่งได้รับมาทิ้งไป
ขณะนั้นยังมีคนเฝ้ารออยู่ข้างนอก แต่จนมืดค่ำเซี่ยเฉียวก็ไม่ได้ออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น เช้าวันรุ่งขึ้