ม่และภรรยาอยู่ข้างหลังด้วย หากเกิดอะไรขึ้นมาใครจะเลี้ยงดูครอบครัวได้
พวกเขาบ่นพึมพำและไม่กล้าเสียเวลาเลยแม้สักวัน
หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม สองคนในหมู่พวกเขาก็กลับไปแอบอยู่ใกล้ประตูรองของบ้านตระกูลเซี่ยเพื่อรอให้คนข้างในออกมา ส่วนคนที่เหลือก็กลับไปเตรียมเงิน
เซี่ยผิงกั่งยังคงสับสนงุนงง แต่เขาก็ยังจำได้ว่าต้องไปขุดบ่อน้ำ
เมื่อเขากลับมาจากข้างนอกก็ไปที่เรือนของเซี่ยเฉียว
“ตอนที่เจ้ากลับเข้าบ้านมาเห็นคนมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่ที่ประตูบ้างหรือไม่” เซี่ยผิงกั่งถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีนะ” เซี่ยเฉียวส่ายหน้า
“ต่อไปหากจะออกไปข้างนอกให้พาคนไปด้วยสักสองสามคน ข้าดูแล้วคนพวกนั้นดูน่ากลัวไม่น่าไว้วางใจ ไม่รู้ว่าเป็นพวกอันธพาลมาจากไหนถึงได้กล้ามาทำตัวต่ำทรามไร้มารยาทที่ตรอกขุนนางอย่างนี้” แต่เซี่ยผิงกั่งก็ไม่ได้โมโหมากมายอะไร
ถึงอย่างไรตัวเขาเองก็เคยเป็นโจรมาก่อน เขาดุร้ายกว่าพวกอันธพาลตัวเล็กๆ พวกนั้นมาก
เซี่ยเฉียวพยักหน้า
เรื่องชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเซี่ยผิงกั่งอยากจะหาคนมาปกป้องคุ้มครองนาง นางย่อมยินดีอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อนางนึกถึงเรื่องวิญญาณเมื่อวานนี้ขึ้นมาได้ เซี่ยเฉียวก็เอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ ศพที่ท่านพบเมื่อวานนี้…เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“เมื่อวาน?” เซี่ยผิงกั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นเซี่ยเฉียวสนใจเรื่องนี้
นานๆ ทีสองพี่น้องจะมีเรื่องคุยกัน เซี่ยผิงกั่งจึงให้เกียรต