ข้าดูก่อน” เซี่ยหนิวซานเอ่ยขึ้นทันที
แม้ว่าเขาจะดูไม่เข้าใจเลยก็ตาม
เซี่ยเฉียวถอนหายใจก่อนจะให้ชุนเอ๋อร์ไปที่เรือนของนางเพื่อนำภาพวาดมา
หลูซื่อและเผยหว่านเย่ว์ที่ร่วมวงด้วยอยู่ก่อนแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามามอง
“มันเป็นภาพวาดของใครน่ะ ก็แค่ภาพสัตว์เลี้ยงกับคนไม่ใช่หรือ ทางสำนักศึกษาจะยินดีรับของนี่ไว้หรือ” เซี่ยหนิวซานไม่เข้าใจภาพวาด
“ท่านแม่ มันคือ…ภาพวาดของอาจารย์อวิ๋นเวยเจ้าค่ะ” เผยหว่านเย่ว์เลิกคิ้วขึ้น “หรือจะเป็น…ของเลียนแบบ”
“ท่านอาจารย์อวิ๋นเวยหรือ งั้นถ้าภาพวาดนี้เป็นของจริงจะมีมูลค่าเท่าไร” หลูซื่อดวงตาลุกวาว นางมองเผยหว่านเย่ว์และถามขึ้น
“ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องภาพวาดเท่าไรนัก แต่ถ้าดูแค่ชื่อและขนาดของภาพวาด…ก็น่าจะขายได้สี่ห้าพันตำลึงโดยไม่มีปัญหา” เผยหว่านเย่ว์เอ่ย
แต่ภาพวาดที่มีราคาขนาดนี้มาอยู่ในมือของเซี่ยเฉียวได้อย่างไรกัน
ผลงานภาพวาดของท่านอาจารย์อวิ๋นเวยมีน้อยมาก ในตลาดส่วนมากก็เป็นภาพวาดที่มีขนาดเล็ก
เซี่ยเฉียวไม่ได้ให้พวกเขามองนานนักก็เก็บของกลับแล้ว ความจริงก็คือเซี่ยหนิวซานเป็นคนหยาบกระด้าง หากไม่ระวังทำภาพของนางเสียหายขึ้นมา นางก็ต้องลงมือลงแรงทุ่มเทกายใจทำขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
“นังหนูนี่เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ เอาของปลอมมาหลอกว่าเป็นของจริง? ข้ากลัวแต่ว่าตาแก่นั่นจะดูออกน่ะสิ! สุ่มเสี่ยงเกินไปหน่อย ข้าว่าไม่สู้เราให้เงินไปเลยเสียยังดีกว่า” แม้เซี่ยหนิวซานจะคิดอยากประหยัดเงิน