นังสืออะไรมากันแน่” บนใบหน้าเซี่ยผิงไหวมีกระดาษแปะอยู่แผ่นหนึ่ง ดวงตาเขากำลังจ้องไปที่โหลจิ้งหรีดที่วางอยู่บนโต๊ะ มีจิ้งหรีดสองตัวกำลังต่อสู้กันอยู่ในท่อ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เซี่ยผิงไหวก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง “เจ้าว่าอะไรนะ”
“พูดถึงพี่สาวเจ้า! นางคัดลอกบทความภาษาสันสกฤตของท่านอาจารย์สวีชุดหนึ่ง ทุกคนกำลังเดากันว่าจริงๆ แล้วนางรู้อักษรหรือไม่!” นักเรียนคนนั้นเอ่ยอีก
ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเฉียวจะเข้าใจภาษาสันสกฤตนั้นจริงๆ ต่างก็คิดว่านางแค่บังเอิญเคยท่องมาเท่านั้น
แต่ภาษาสันสกฤตก็คือภาษาสันสกฤต หนังสือจริงๆ นี้นางเคยอ่านหรือไม่ก็ไม่มีใครรู้
ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่เซี่ยเฉียวจากไปก็มีคนพูดว่านางเป็นดั่งแมวตาบอดพบหนูตาย หากมิใช่ว่าอาจารย์สวีบังเอิญทดสอบภาษาสันสกฤตของนาง นางก็คงไม่สามารถผ่านการทดสอบเข้าเรียนวันนี้ไปได้ด้วยซ้ำ
แน่นอนว่ามีบางคนเช่นกันที่คิดว่าการที่เซี่ยเฉียวรู้ภาษาสันสกฤต ต่อให้นางไม่ใช่หญิงสาวที่มีพรสวรรค์ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนอื่นๆ พูดกันอย่างแน่นอน
หากเซี่ยเฉียวผู้นี้เติบโตขึ้นมาในเมืองหลวงก็คงจะสามารถสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้บ้าง
แต่หญิงสาวผู้นี้เพิ่งมาเมืองหลวงไม่กี่วันก่อน เมื่อก่อนเป็นอย่างไรจึงไม่สามารถรู้ได้เลย!
เซี่ยผิงไหวหันหน้ากลับไปด้วยความสงสัย “ข้าไม่รู้หรอก”
“นั่นพี่สาวแท้ๆ ของนายมิใช่หรือ” ทุกคนแปลกใจเล็กน้อย
“ก็ใช่สิ พี่สาวคนโตลูกจากภรรยาเอก” เซี่ยผิงไห