งพูดให้น้อยหน่อย แต่สังเกตให้มากๆ จะได้เงินเข้าบ้าน” เซี่ยเฉียวอธิบายอย่างละเอียด
เซี่ยหนิวซานกลับนึกอยากจะด่าคนขึ้นมา
นักบวชเฒ่านั่น!
ถึงกับทำให้ลูกสาวเขากลายเป็นพวกร่างทรงต้มตุ๋นไปเสียแล้ว?!
ลองฟังดูคำพูดเต็มปากเต็มคำพวกนี้ของนางสิ เหมือนคำพูดของหญิงสาวดีๆ ที่ไหนกัน
ลูกสาวที่น่าสงสารของเขา หากมิใช่เพราะนางมีดวงพิฆาต เขาก็คงไม่มอบนางให้นักบวชเฒ่าเลี้ยงดูหรอก หากเขาเลี้ยงนางเอง…
เซี่ยหนิวซานตกใจ ไม่อยากคิดจินตนาการต่อ
เขาเองก็รู้ดีว่าตนเองไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้ หากนางอยู่ในความดูแลของเขาจริงๆ ต้องกลายเป็นยักษ์มารไปแน่นอน
“พอถึงสำนักศึกษาแล้ว ก็พูดเรื่องพวกนี้น้อยๆ หน่อยก็แล้วกัน” เซี่ยหนิวซานเอ่ย
“ได้เจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวตอบรับ “วันนี้ท่านพ่อกินอะไรเข้าไปหรือเจ้าคะ ปากท่านเหม็นมาก เมื่อกี้ข้าอยู่ห่างจากท่านตั้งสามฉื่อห้าฉื่อก็ยังได้กลิ่นเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้นเซี่ยหนิวซานก็พ่นลมออกจากปากสูดดมไม่หยุด
แต่เขาดมตั้งนานก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไร “ไม่มีนะ?”
“ท่านอยู่กับกลิ่นนั้นนานๆ ย่อมไม่ได้กลิ่นอะไรอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าบนตัวท่านไม่มีกลิ่นนี่” เซี่ยเฉียวพูดนิ่งๆ
แม้เซี่ยหนิวซานจะไม่รู้หนังสือมาก แต่เขาก็เข้าใจ
เขาหยุดพูดไปในทันที
เขาไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วจริงๆ
หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็มาถึงสำนักศึกษาของราชสำนัก
เซี่ยเฉียวลงจากรถม้า ก่อนจะรู้สึกทึ่งกับสำนักศึกษาที่ตาเห็น
สำนักศึกษาข