องราชสำนักนี้ใหญ่โตจนน่าตกใจ นับได้ว่ามีคนหนุนหลังยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง สำนักศึกษานี้มีประตูเข้าออกหลายทาง แต่ประตูหลักจะเปิดเฉพาะเวลามีเรื่องสำคัญเท่านั้น
กำแพงสำนักนั้นสูงราวกับจะแยกโลกทั้งสองออกจากกัน ประตูรองนี้ก็ดูงดงามมีรสนิยมอย่างยิ่ง ตรงทางเข้ายังมีคนคอยเฝ้าอยู่ด้วย
เนื่องจากวันนี้เป็นวันสำหรับลงทะเบียนที่มีเดือนละครั้ง ดังนั้นด้านนอกประตูรองตอนนี้จึงยังมีอีกหลายครอบครัว
พอถึงหน้าประตู ทั้งหมดก็ลงจากรถม้า
คนที่ลงจากรถม้าพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กอายุราวๆ สิบขวบทั้งนั้น ซึ่งน่าจะรอให้อายุครบสิบขวบถึงมากัน
ในบรรดาผู้คนมากมายเหล่านี้มีเพียงเซี่ยเฉียวเท่านั้นที่เป็นเด็กสาวอายุสิบห้าสิบหกแล้ว
นางจึงดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
พวกเขากำลังต่อแถวเพื่อที่จะเข้าไปข้างใน
ในฐานะผู้ปกครองเซี่ยหนิวซานสามารถเข้าไปในสำนักศึกษาได้ แต่ก็สามารถไปส่งนางได้แค่ตรงประตูเท่านั้น เขาไม่สามารถอยู่ด้วยได้ในเวลาที่สำนักศึกษาทำการทดสอบเซี่ยเฉียว
“ใต้เท้าเซี่ยท่านมาที่นี่ทำไมอีก” หลังจากเข้าไปแล้วก็มีอาจารย์เห็นเซี่ยหนิวซาน หนังตาเขาเขม่นทันที
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันลืมฉากที่เซี่ยหนิวซานขนเงินหนึ่งหมื่นตำลึงมาฝากลูกสองคนเข้าโรงเรียนไปได้ตลอดชีวิต!
ลูกคนอื่นมอบของขวัญสมกับที่เป็นพิธีกราบอาจารย์ ต่อให้มอบเงินก็เถอะ เขาก็ให้มาเป็นตั๋วเงินกันทั้งนั้น!
เซี่ยหนิวซานไม่เหมือนคนอื่น เขาขนเงินมาโต้งๆ จนถึงขนาดตะโกนว่าตนเอง