ั้นจึงได้มา
นอกจากทรัพย์สินเหล่านี้และสิ่งของที่อยู่ในที่เก็บของแล้ว เงินที่สามารถใช้ได้รวมแล้วยังมีไม่ถึงสองหมื่นตำลึง
อาจจะดูเหมือนไม่น้อย แต่หลูซื่อใช้ไปแล้วห้าพันตำลึง
ถ้าเอาเงินอีกห้าพันตำลึงไปซื้อสิทธิ์เข้าเรียนให้น้องหญิงใหญ่อีก ก็จะเหลือเพียงหมื่นตำลึงเท่านั้น
เงินหมื่นตำลึงไม่น้อย แต่ต้องดูว่าใช้จ่ายอย่างไร
เพื่อตำแหน่งหน้าที่การงานก็ต้องใช้เงิน ให้ของขวัญสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างขุนนาง เขาและท่านพ่อต้องออกไปสังสรรค์ จึงกำหนดค่าใช้จ่ายตรงนี้ให้ท่านพ่อหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงต่อเดือน ส่วนเขาหนึ่งร้อยตำลึง
ต่อไปก็เป็นน้องแฝด แต่ละคนจะได้รับยี่สิบตำลึงต่อเดือนเพื่อใช้จ่าย ส่วนอุปกรณ์การเรียนพวกปากกา หมึก กระดาษ และหินหมึกแยกต่างหาก
หลูซื่อในฐานะที่เป็นฮูหยินดูแลเรื่องการเงินในบ้านไม่เคยพูดอะไรเรื่องเงินเดือนของนางมาก่อน ภายหลังเขาตรวจดูบัญชีพบว่า แต่ละเดือนหลูซื่อจะใช้เงินประมาณสามร้อยยี่สิบตำลึง ในสามร้อยยี่สิบตำลึงนี้ นางเอาไปช่วยเหลือน้องชายของนางเป็นจำนวนไม่น้อย บางส่วนนางก็ใช้ไปกับการจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับ
นอกจากนี้ยังมีค่าอาหารการกินของที่บ้าน ค่าจ้างบ่าวรับใช้ เงินค่าเลี้ยงม้า ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มตามฤดูกาล…
รวมไปถึงท่านย่า บ้านอื่นๆ เงินช่วยเหลือญาติๆ…
อีกจิปาถะ แต่ละเดือนอย่างน้อยก็ต้องใช้พันกว่าตำลึง นี่เป็นการคำนวณจากการใช้จ่ายอย่างประหยัดแ