ล้ว
เงินจากไร่นากิจการร้านค้าส่วนใหญ่แล้วจะส่งมาปีละครั้ง ดังนั้นเงินหมื่นตำลึงนี้จะต้องใช้จ่ายให้พอในหนึ่งปี
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ก็คงไม่พอแล้ว
หากระหว่างนี้เกิดปัญหาใหญ่อะไรขึ้นมา…
อย่างเช่นตอนนี้ ที่พวกเขาจะต้องเลี้ยงดูเผยหว่านเย่ว์เพิ่มอีกคน และจ่ายค่าใบเบิกทางเล่าเรียนให้นาง
เซี่ยผิงกั่งขมวดคิ้วจนเป็นปม
“ทำหายไปแค่สองร้อยตำลึงเท่านั้น ที่นั่นมีทั้งคนเลวคนดีปะปน ใครจะไปคิดว่าเดินอยู่ดีๆ กระเป๋าเงินจะหายไปเสียได้” หลูซื่อหัวเราะอย่างคนใจกว้าง
เซี่ยผิงกั่งได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า
สองร้อยตำลึงที่จริงก็ไม่นับว่ามาก
“จริงสิ ท่านแม่ออกไปคราวนี้มีเงินเหลือกลับมาบ้างไหม” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยถาม
หลูซื่อสะดุ้งตกใจ แววตาพริ้วไหวเล็กน้อย “หนทางยาวไกล ระหว่างทางก็ต้องใช้เงินไม่น้อย จะให้เหลือเงินกลับมาก็ยาก”
“…” เซี่ยผิงกั่งดวงตาวูบไหว
ยากที่จะให้เหลือกลับมา?!
นั่นเงินห้าพันสองร้อยตำลึงเชียว ไม่ใช้ห้าร้อยยี่สิบตำลึง หรือห้าสิบสองตำลึงนะ!
นางออกไปพร้อมกับคนยี่สิบกว่าคน ต่อให้แต่ละคนกินอย่างดีทุกวัน มีทั้งผักทั้งเนื้อ คนละหนึ่งตำลึงก็ควรจะพอแล้วกระมัง?
ออกไปแค่ร้อยกว่าวัน ใช้เงินสองพันสองร้อยตำลึงไม่พอหรือ
เขายังคิดว่า หลูซื่อเดินทางคราวนี้ ต่อให้ใช้เงินมือเติบอย่างไรก็ควรจะเหลือกลับมาสักครึ่งหนึ่ง!
“พี่ชายใหญ่อย่าโทษท่านแม่เลย ตอนที่อยู่เหลียวโจว ท่านแม่เห็นว่าของกินของใช้เสื้อผ้าของข้าไม่ดี ก็เล