ผลเสียก็คือน้องสาวของเขา
เซี่ยหนิวซานไม่ได้คิดอะไรมาก เขามองดูเซี่ยเฉียวเคี้ยวเนื้อกวางชิ้นนั้นตาปริบๆ
เซี่ยเฉียวสนใจแต่เรื่องกินข้าว ไม่สนใจเรื่องอื่นใด
พ่อของนางเอ็นดูลูกของภรรยาอยากจะรับเป็นลูก นางก็ไม่ได้สนใจ และไม่มีความจำเป็นให้สนใจด้วย
หลายปีมานี้แม้นางจะได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ของบ้านตระกูลเซี่ยมาตลอด แต่เรื่องเดียวที่นางมีส่วนร่วมจริงๆ เกี่ยวกับอนาคตของตระกูลเซี่ยก็คือ ตอนที่นางให้เซี่ยหนิวซานไปจัดการกับคนเถื่อนเพื่อตำแหน่งขุนนาง มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น
หลูซื่อเห็นเซี่ยผิงกั่งเอ่ยปากก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้ จึงลองโยนหินถามทาง “เรื่องนี้รีบจัดการเสียน่าจะดีกว่า เย่ว์เอ๋อร์เองก็โตแล้ว ไปสำนักศึกษาเร็วขึ้นหน่อยก็ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเอง”
“จะเข้าสำนักศึกษาของราชสำนักน่าจะยาก สำนักศึกษาอีกสองแห่งใช้เงินไม่เยอะเท่านี้ น้องหญิงเผยก็นับว่าเป็นญาติของครอบครัวเรา อาศัยความสัมพันธ์นี้ ห้าพันตำลึงก็น่าจะเพียงพอแล้ว” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยขึ้น
เผยหว่านเย่ว์เสียใจจนกินข้าวไม่ลงแล้ว
เซี่ยเฉียวจะได้ไปเรียนที่สำนักศึกษาของราชสำนัก ส่วนนางได้ไปสำนักศึกษาทั่วไป?
ช่างต่างกันมากมายอะไรเช่นนี้!
แต่ตอนนี้นางอาศัยอยู่ในบ้านผู้อื่น นางจะพูดอะไรได้
ในใจปวดร้าว
“น้องหญิงใหญ่ เจ้าอยู่แต่ในวัดคงไม่ได้เรียนอะไรมาเท่าไร ไม่ต้องไปสอบจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องอับอายขายหน้าคนอื่นเขา เดี๋ยวให้ท่านพ่อไปหาผู้