ครัวต้องแตกหักกันไป
ครอบครัวตระกูลหลูเป็นพ่อค้า เงินทองไม่ขาดมือ เลี้ยงดูลูกสาวคนหนึ่งก็ไม่ได้ลำบากอะไร หลูซื่อกลับไปอยู่บ้านเดิมนางก็อยู่ในระเบียบเคร่งครัด
เขาเองก็เคยหาโอกาสไปดูนางมาแล้ว
ตอนนั้นหลูซื่ออายุยังไม่ถึงสามสิบปี นางยังนับว่าน่ารักมีเสน่ห์ ยามพูดจามีความไพเราะอ่อนหวาน เขามองแวบเดียวก็ถูกใจ!
ส่วนเรื่องที่จะมีลูกชายให้เขาได้หรือไม่นั้น เขาไม่สนใจ ถึงอย่างไรเขาก็มีลูกชายงี่เง่าสองคนนี่อยู่แล้ว
หลูซื่ออยู่กับเขา เขาย่อมต้องปฏิบัติต่อนางอย่างดี
ตอนนี้…
ช่วงหลายปีมานี้นางก็ไม่เคยร้องขออะไรที่เกินเลย
“เด็กผู้หญิงแขวนชื่อไว้ในลำดับวงศ์ตระกูลไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โตหรอก…” เซี่ยหนิวซานเอ่ยปาก
เขายังพูดไม่ทันจบ เซี่ยผิงกั่งคีบเนื้อที่เขาฉกมาได้วางลงในชามของเซี่ยเฉียว จากนั้นก็แค่นเสียงเอ่ย “เห็นชัดๆ หรือยังว่าเป็นเนื้ออะไร ท่านยังจะกินลงไปอีกหรือ”
เซี่ยหนิวซานชะงักไป “เนื้อกวาง! ทำไม ข้ากินไม่ได้หรือ!”
“เนื้อแค่ไม่กี่ชิ้นนี่ น้องหญิงใหญ่อยู่แต่ในวัดมาตลอด ต้องได้กินแต่น้ำแกงใสเป็นน้ำแน่ ท่านไม่คิดจะบำรุงนางหน่อยหรือ!” ถ้าเขาไม่เห็นว่าเซี่ยหนิวซานเป็นพ่อของเขา เขาก็คงอยากจะลงมือไปแล้ว
แขวนชื่อไว้ในลำดับวงศ์ตระกูลใช่ว่าไม่ได้
แต่ต้องรอดูไปก่อน
หากตระกูลเซี่ยไม่มีลูกผู้หญิง จะแขวนชื่อเลยก็ไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ความจริงคือมีอยู่แล้วสองคน
ถ้าเผื่อนังหนูคนนอกนี่ทำอะไรไม่ดีไม่งาม คนที่จะได้รับ