ด้แล้วสิ?” หลูซื่อไม่ค่อยยินดีนัก
เผยหว่านเย่ว์ถือสองมือเข้าด้วยกัน บิดผ้าเช็ดหน้าไปมา
เซี่ยเฉียวจะเข้าสำนักศึกษา หากไม่สอบก็แค่ต้องจ่ายเงินห้าพันตำลึงเท่านั้น ด้วยสถานะลูกสาวคนโตของขุนนางขั้นสี่ ต่อให้นางเข้าชั้นเรียน ‘เฉียน’ ‘คุน’ ‘รื่อ’ ‘เย่ว์’ ไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ต้องได้อยู่ห้องหนึ่งใช่ไหม”
แล้วนางล่ะ
อยากจะเข้าห้องท้ายก็ต้องใช้เงินห้าหมื่นตำลึง
คิดต่อไปอีก…
คาดว่านางคงไม่มีเงินล้านสองล้านตำลึง อย่างไรก็ไม่มีทางเข้าเรียนได้เหมือนเซี่ยเฉียว
ท่านแม่ยังบอกว่าตั้งแต่นี้ไปนางก็จะกลายเป็นลูกสาวแท้ๆ ของบ้านนี้ แต่ว่า…ลูกสาวแท้ๆ อย่างนี้มีด้วยหรือ
เผยหว่านเย่ว์ก้มหน้าเล็กน้อย
จู่ๆ หลูซื่อก็คิดอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ย “งั้นก็ให้เย่ว์เอ๋อร์เปลี่ยนแซ่แขวนชื่อในลำดับวงศ์ตระกูลก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ”
เซี่ยหนิวซานอึ้งไปทันที
เซี่ยผิงกั่งเองก็มองนางด้วยความประหลาดใจ
“ท่านพี่ ต่อไปนังหนูนี่ก็ต้องไปไหนมาไหนกับข้า หากคราวหน้าคราวหลังข้าออกไปสังสรรค์ข้างนอก คนอื่นเรียกนางว่าแม่นางเผย ก็ฟังดู…ไม่เหมือนคนในครอบครัวเราเท่าไรนัก อาจจะมีคนพูดอะไรไร้สาระ…” หลูซื่อหน้าตาเคร่งเครียดจริงจัง “ข้าคิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ระหว่างทางแล้วเจ้าค่ะ…”
[1] เฉียน คุน รื่อ เย่ว์ ฟ้า ดิน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์