เข้าเรียนก็ได้เช่นกัน แต่ก็จะยุ่งยากกว่า ถ้าไม่จ่ายเงินก้อนโต ก็ต้องมีสติปัญญาดีมากพอ หรือไม่ก็ต้องได้รับการแนะนำฝากฝังจากขุนนางขั้นสามขึ้นไป”
“ผู้หญิงกับผู้ชายก็จะมีส่วนต่างกันอีกก็คือ…ทุกปีจะเปิดรับนักเรียนชายแค่ปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งต้องมีอายุอยู่ในระหว่างสิบถึงยี่สิบห้าปี ส่วนผู้หญิง หลังจากอายุครบสิบขวบ แต่ละเดือนจะมีวันที่กำหนดให้ไปสอบได้ แต่หากแต่งงานออกเรือนเมื่อใด ก็จะไม่ให้เล่าเรียนแล้ว” เซี่ยผิงไหวอธิบายได้ละเอียดอย่างยิ่ง
เซี่ยเฉียวแสดงออกว่านางเข้าใจแล้ว
คนที่อยากเข้าเรียนในสำนักศึกษาของราชสำนักจริงๆ มีไม่มากหรอก
ส่วนมากจะอยากไปชุบตัวเสียมากกว่า
ที่นี่ต้องมีบรรดาองค์ชายเชื้อพระวงศ์มาเรียนไม่น้อย บ้านไหนมีฐานะแต่ไม่มียศมีตำแหน่ง ย่อมพยายามอย่างเต็มที่ที่จะส่งลูกหลานตนเองไปเรียน เกาะแข้งเกาะขาผู้มีอำนาจไว้ย่อมเป็นเรื่องดี
“ต้องให้ขุนนางขั้นสามขึ้นไปแนะนำถึงจะได้หรือ งั้นถ้าไม่มี จะต้องใช้เงินเท่าไร” จู่ๆ เผยหว่านเย่ว์ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความกังวล
ท่านลุงเซี่ยเป็นแค่ขุนนางขั้นสี่เท่านั้น!
อีกอย่าง นางเองก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ด้วย เช่นนี้ก็เท่ากับว่านางอยู่ในจำพวกเดียวกับชาวบ้านทั่วไปน่ะสิ!
[1] ชาด วัตถุสีแดงสดชนิดหนึ่ง มีทั้งก้อนและผง ใช้ทำยา