ตาจริงจัง “เจ้าเป็นเด็กเป็นเล็ก ทั้งวี่ทั้งวันไม่อยู่กับร่องกับรอย หากพกไว้แล้วแตกหักเสียหายจะทำอย่างไร ให้ข้าเก็บไว้ดีกว่า พอเจ้าโตขึ้นแต่งงานได้แล้ว ข้าค่อยเอาคืนให้เจ้า”
เซี่ยหนิวซานรู้สึกได้ว่าท่าทีของเขามีบางอย่างผิดปกติ
จึงมองลูกชายคนโตที่มีเจตนาไม่ดีอย่างพินิจพิจารณา
“นังหนู ของที่เจ้าให้คืออะไรหรือ” เซี่ยหนิวซานเอ่ยถาม
“มิใช่ของหายากอะไรหรอกเจ้าค่ะ แค่หยกแกะสลักชิ้นหนึ่ง ด้านบนสลักถ้อยคำจากคัมภีร์ ‘เต้าเต๋อจิง[1]’ ไว้สองสามประโยคเท่านั้นเอง” เซี่ยเฉียวดูสงบนิ่งมาก นิ่งจนทำให้เซี่ยหนิวซานอดรู้สึกไม่ได้ว่าของสิ่งนี้ไม่มีค่าราคาอะไรจริงๆ
เซี่ยผิงกั่งถอนใจโล่งอก
แค่หยกแกะสลักหรือ
ของนี่เป็นหยกแท้แน่นอน แต่หยกนี้ก็ไม่ใช่ของชั้นดีแต่อย่างใด
ทว่าช่างแกะสลักคนนี้ฝีมือดีมาก ไม่เพียงเท่านั้น เขายังสังเกตเห็นอักษรสองตัว ‘อวิ๋นเวย’ ที่ด้านล่าง ดังนั้นเจ้าของเล่นนี้ต้องเป็นฝีมือปรมาจารย์แน่นอน หากต้องการขายเมื่อไหร่ ต้องขายได้สักเจ็ดแปดร้อยตำลึงแน่ๆ
น่าเสียดาย หากเป็นหยกเนื้อดีล่ะก็ มันต้องทำเงินได้มากกว่านี้หลายเท่าแน่นอน
เซี่ยผิงกั่งรีบยัดตั๋วเงินห้าสิบตำลึงใส่มือเซี่ยเฉียวเพื่อให้เปลี่ยนเรื่อง “เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง ก็อย่าอยู่แต่บ้านทั้งวันเลย ว่างๆ ก็พาเผย…น้องหญิงรอง…ออกไปเดินเล่นซื้อของแก้เบื่อเสียสิ”
ใบหน้าเขาแดงเล็กน้อย
ตั๋วเงินห้าสิบตำลึงดูเหมือนจะน้อยไปหน่อย
ช่วยไม่ได้นี่ เด