แต่น้อย คงจะเป็นลูกหลานฮ่องเต้อย่างแน่นอน
ถ้าหากว่าไม่ใช่ ก็ต้องเป็นญาติที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์
ความจริงราชวงศ์ไม่น่ามาสนใจอะไรเมืองสือฝั่ง มีเพียงหยกเท่านั้นที่พอจะเป็นไปได้
และยังมีคดีใหญ่คดีนั้นเมื่อครึ่งปีก่อน
คดีใหญ่ที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับหยกด้วย ดังนั้น…
ไม่ต้องเดาเลย คุณชายท่านนั้นคงต้องการเรียกนางไปเพื่อสอบถามสิ่งที่เขาพลาดไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว
ดังนั้นในตอนแรก เซี่ยเฉียวจึงไม่ได้บอกว่ารู้ตัวตนของศพอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเผยหว่านเย่ว์จะทำเรื่องแบบนี้ ทำให้นางต้องพูดออกไป
เซี่ยเฉียวพยักหน้าตอบรับ
องครักษ์โจวดีใจมากและเชิญนางไปทันที
ตอนนี้ชายสูงศักดิ์อยู่ภายในห้องที่ดีที่สุดของโรงเตี๊ยม
จ้าวเสวียนจิ่งไม่คิดมาก่อนว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆ เขาจะได้พบกับแม่นางเซี่ยหลายครั้งหลายครา
“แม่นางเซี่ย รีบนั่งลงเถิด” จ้าวเสวียนจิ่งยังคงกังวลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายของนาง
“ท่านอยากจะถามเรื่องใดหรือ” เซี่ยเฉียวพูดตรงไปตรงมา น้ำเสียงมั่นคง
“แม่นางเซี่ยนับว่ามีความสามารถมาก ท่านตามหากระดูกของลู่เฉวียนหลินจนพบ ข้าจึงอยากขอให้แม่นางช่วยเหลือได้หรือไม่” จ้าวเสวียนจิ่งกล่าว
ดูเหมือนเขาจะเข้าใจการค้าเป็นอย่างดี และใจกว้างมากด้วย ครั้งนี้เขาหยิบออกมายี่สิบตำลึงซึ่งมากมากกว่าเดิมสิบตำลึง
“ท่านกำลังตามหาของอะไรอยู่ใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวถาม
“ใช่ แม่นางเข้าใจถูกต้องแล้ว” จ้าวเสวียนจิ่งเปิดเผยเจตจำนงของเขา
“ไ