ซี่ยไม่พูด พวกเขาคงไม่อาจล่วงรู้ความลับของสวรรค์ และถ้าไม่รู้ว่าเป็นศพผู้ใดก็จะมีผีเร่รอนอยู่อีกหนึ่งตน
ผู้ตรวจการดูจะไว้วางใจในตัวเซี่ยเฉียวมาก
เผยหว่านเย่ว์พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
นางทำได้แค่ยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ดี ข้าเพียงแต่เป็นห่วงพี่หญิง…ตอนนี้ข้าวางใจได้แล้ว! พี่หญิงอยากจะฝังคนผู้นี้ที่ไหนหรือ”
เซี่ยเฉียวไม่ใส่ใจคำถามของเผยหว่านเย่ว์
นางมองไปยังกระดูกบนพื้นแล้วถามขึ้นว่า “ท่านแม่ ใครเป็นคนเปิดหีบห่อข้าหรือ”
ใบหน้าของหลูซื่อชะงักไป เกิดความละอายขึ้นมา “เรื่องนี้สำคัญด้วยหรือ”
“แน่นอนว่าสำคัญ ใครก็ตามที่เป็นผู้เปิด ผู้นั้นจะต้องเก็บกวาดเองเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวกล่าวเนิบๆ
หลังจากที่นางพูดจบ หัวใจของเผยหว่านเย่ว์ก็เต้นแรงขึ้นมา “ท่านแม่ ข้าไม่…”
นั่นมันกระดูกมนุษย์! ใครจะไปอยากแตะต้องมันเล่า!
“ในเมื่อเจ้าเป็นคนขุดขึ้นมา แล้วไยไม่เก็บกวาดเองเล่า เย่ว์เอ๋อร์อายุยังน้อย ไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน จะไปทนได้ที่ไหนกัน” หลูซื่อพูดทันที “ลูกสาว ถือเสียว่าช่วยเหลือน้องสาวของเจ้า แม่จะขอบใจเจ้ามาก”
เซี่ยเฉียวยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
“แม่นางเผยเป็นน้องสาวข้าหรือ ร่วมสายเลือดหรือสืบเชื้อสายเดียวกันหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ทั้งสองอย่างก็ต้องแยกแยะ สิ่งที่นางควรทำจะต้องลงมือทำเอง ท่านแม่ไม่เห็นด้วยก็คงต้องทำแทนนาง ข้าไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิกอะไรหรอกเจ้าค่ะ” เซี่ยเฉียวกล่าวเบาๆ
ทำแทนหรือ
หลูซื่อไม่กล้า