เฉียวตอบช้าๆ
ฟังจบ ผู้ตรวจการก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยได้ยินเรื่องวัดสุ่ยเย่ว์มาบ้าง!
โม่หลิงจื่อเป็นเจินเหริน[1] ไม่ว่าเขาจะเอ่ยอะไรออกมาก็ถูกต้องเสมอ และเจินเหรินท่านนี้มีลูกศิษย์อยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น รู้จักกันในนามครึ่งเซียนเซี่ย ซึ่งเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยแท้
ตอนที่ท่านเจ้าเมืองเพิ่งเข้ารับราชการได้ไม่นาน เขาเองก็เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จู่ๆ แม่เฒ่าก็ล้มหมอนนอนเสื่อรักษาอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาเมื่อพาไปยังวัดสุ่ยเย่ว์ อาการป่วยของนางก็ทุเลาลง หญิงชราจึงมีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีกยี่สิบปี!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วัดสุ่ยเย่ว์ขุดกระดูกขึ้นมา
ก่อนหน้าก็เคยทำเช่นนี้อยู่บ้าง ทั้งยังช่วยออกค้นหาศพให้กับทางการบ่อยครั้ง ทุกครั้งล้วนถูกต้อง
น่าเสียดายที่ทั้งสองอาจารย์และลูกศิษย์คู่นี้ไม่ค่อยลงจากเขา ท่านเจ้าเมืองจึงขึ้นไปพบที่วัดสุ่ยเย่ว์อยู่บ่อยๆ ส่วนพวกเขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงไม่เคยได้พบหน้ามาก่อน
ดูแล้วก็เป็นดังเช่นที่ท่านเจ้าเมืองบอกไว้จริงๆ รัศมีรอบร่างของเทพธิดาช่างเจิดจรัส!
[1]เจินเหริน ผู้บำเพ็ญพรตประพฤติรักษาพรหมจรรย์ให้มั่นคง