ั้นเอง”
“พี่หญิง รวมถึงหยกด้วยหรือเจ้าคะ ทั้งสองชิ้นรวมกันราคาหนึ่งร้อยหกสิบตำลึงเชียวนะ ชาวบ้านธรรมดาจะมีปัญญาซื้อได้อย่างไร” เผยหว่านเย่ว์ถามขึ้นบ้าง
“โอ้ นี่น่ะหรือ ไม่ใช่ของที่มอบให้หรอก” เซี่ยเฉียวเหลือบมองอัญมณีนั้น “เถ้าแก่ติดหนี้ข้าอยู่น่ะ คงเห็นว่าข้าจะไปจากที่นี่แล้วเลยเอามาให้แทนเงิน”
“พี่หญิง ยิ่งพูดยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ พี่หญิงปล่อยกู้แล้วคิดดอกเบี้ยเช่นนั้นหรือ การให้ผู้อื่นกู้ยืมเป็นการส่วนตัวจะต้องถูกลงโทษนะเจ้าคะ พี่หญิงคงสับสนแล้ว” เผยหว่านเย่ว์พูดทันที หลังจากพูดจบก็ส่ายหน้าขณะหลูซื่อไปด้วย
ดวงตาของหลูซื่อเต็มไปด้วยความโกรธ
เซี่ยเฉียวถอนหายใจเล็กน้อย
“ข้าคงไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่างให้ฟังกระมัง มันจุกจิกน่ะ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตอนนี้ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้ว นางย่อมไม่ต้องการขัดแย้งกับแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่ผู้นี้
ถึงนางจะอธิบายไปก็คงมีคำถามอื่นๆ ตามมาอีกอยู่ดี
ถามครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีที่สิ้นสุด
“นี่เจ้า เจ้าเคารพแม่บ้างไหม ข้ากำลังเป็นห่วงเจ้าอยู่นะ!” เสียงของหลูซื่อดังขึ้น นางชี้ไปยังอัญมณี “เจ้าอยู่ในวัดมาตั้งแต่เด็ก พ่อเจ้าก็ไม่ได้ใส่ใจเจ้านัก เจ้าจะเอาเงินจากไหนมาให้ผู้อื่นยืมได้?! เจ้าต้องอธิบายให้ข้าฟัง มิฉะนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลับไปเมืองหลวงแล้ว ตระกูลเราไม่ต้อนรับคนเช่นนี้!”
ตะเกียบในมือเซี่ยเฉียวชะงักไป
เกิดความเงียบขึ้นภายในโรงเตี๊ยม
ดวงตาของเผ