งนั่งสมาธิอยู่บนโขดหิน ทนรับแรงกระแทกของกระแสน้ำ รอบกายมีลมปราณสีเลือดจางๆ โอบล้อมอยู่ เขาคนนี้เป็นชายหนุ่ม เมื่อพิจมองให้ดีจะพบว่าใบหน้าของเขาเหมือนเจียงซิ่วทุกประการ ทว่าปานแต่กำเนิดกลางหว่างคิ้วเป็นสีแดงดุจโลหิต ทำให้คนแลดูโหดเหี้ยม
ห่างออกไปหลายหลี่ ปราชญ์แห่งสี่สมุทรนอนอาบแดดอยู่บนก้อนหินใหญ่ริมทะเลสาบ เงาร่างหนึ่งเหยี่ยวร่อนลงมาข้างกายปราชญ์แห่งสี่สมุทร คนผู้นี้สวมอาภรณ์นักพรตตัวหลวมใหญ่ ตรงเอวห้อยแส้เหล็กเส้นหนึ่ง เขาคลี่ยิ้มเอ่ยว่า “ชื่อไห่ เหตุไฉนเจ้าเอาแต่เฝ้าลูกศิษย์สุดที่รักของเจ้าอยู่ตลอด กลัวพวกข้าแย่งชิงไปหรือไร”
ปราชญ์แห่งสี่สมุทรลืมตามองเขา แล้วตอบอย่างไม่สบอารมณ์ “ศิษย์พี่เถิงเพิ่ง ท่านมาทำอันใด”
ศิษย์พี่เถิงเพิ่งหัวเราะ “ข้างนอกถ้ำสวรรค์เกิดเรื่องใหญ่ เจ้าเพิ่งกลับมาจากต้าจิ่ง ดังนั้นข้าจึงมาถามเจ้า”
ปราชญ์แห่งสี่สมุทรลุกขึ้นมานั่ง มือข้างหนึ่งเริ่มยกขึ้นมาแคะหูด้วยท่าทีรำคาญ “เรื่องใด”
“หุบเขาชำนาญยุทธ์กับหอชุมดาราช่วยเก้าอาณาจักรล้อมโจมตีต้าจิ่ง หุบเขาชำนาญยุทธ์ถึงขั้นเชิญตาเฒ่าขั้นกายาทองคำคนหนึ่งมา ทว่าพวกเขากับพ่ายแพ้ แล้วยังพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ตาเฒ่าขั้นกายาทองคำคนนั้นตายคาสนามรบ ไม่เหลือศพครบร่าง เพียงเพราะคนผู้เดียว นั่นก็คือท่านเซียนฉางเชิงแห่งต้าจิ่ง หรือผู้ที่ฮ่องเต้ต้าจิ่งขนานนามว่ามรรคาจารย์ในปัจจุบัน”
ศิษย์พี่เถิงเพิ่งหัวเราะหึๆ เพิ่งฟังเพียงครึ่งปร