วมากมายนัก”
“…” องครักษ์โจวมุมปากกระตุก
“มีอะไรต้องผิดต่อมันด้วย ท่านไม่ได้เลี้ยงไก่เอาไว้กินหรือ…” ฉินจื้อตกตะลึง ดูไก่ตัวใหญ่ตัวนี้สิ สง่างามและแข็งแรงมาก จะต้องเป็นอาหารอันโอชะแน่ๆ
ฝ่ามือของเซี่ยเฉียวชะงักไป
ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วยกมือขึ้นลูบไก่ของนางเบาๆ
องครักษ์โจวจ้องมองไปที่ฉินจื้อ
เจ้าเด็กโง่ เหตุใดถึงยังไม่รู้ตัวอีก
คุณชายเรียกหาเทพธิดาแล้วเช่นนี้ ยังไม่เข้าใจอีกหรือ!
สิ่งที่นางทำนายไว้ได้เกิดขึ้นแล้วน่ะสิ!
“เทพธิดา ฉินจื้อถูกครอบครัวตามใจตั้งแต่ยังเด็ก พูดจาไร้การไตร่ตรอง ได้โปรดอย่าสนใจเขา ข้ามีเรื่องที่ต้องถามท่านขอรับ…”
“แค่กๆ!” ก่อนที่องครักษ์โจวจะพูดจบ เซี่ยเฉียวก็ไออย่างรุนแรง “ต้าสยง…ข้าอาจจะต้องตายก็ได้ ถ้าต้องทิ้งเจ้าไว้จะเป็นอย่างไร เจ้าต้องถูกคนชั่วกินเข้าไปแน่…”
ไอหนักขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายอ่อนแอสั่นสะท้านราวกับจะตายได้ทุกเมื่อ
ด้วยความกังวล องครักษ์โจวจึงตะโกนเร่งขึ้นอีก หมอรีบวิ่งเข้ามา เหนื่อยหอบเล็กน้อย เขาไม่กล้ารอช้ารีบลงมือตรวจนางในทันใด
เซี่ยเฉียวเหยียดข้อมือที่ขาวราวกับหยกออกมา ขนตายาวของนางกระพือขึ้นลงเบาๆ
ข้อมือของนางเปราะบางดั่งเช่นกิ่งไม้เล็กๆ แค่จับก็คงหักแล้ว
ใบหน้าหมอยังคงแดงก่ำจากความเหนื่อย เขาเริ่มจับชีพจรของเซี่ยเฉียว
“อาการป่วยของแม่นางเป็นเรื้อรังมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้วใช่หรือไม่ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพียงแค่แม่นางไม่หักโหมเกินไป ห้ามถูก